ปี 2560 กรมประมงมีเป้าหมายที่จะเพาะพันธุ์ม้าน้ำให้ได้ 100,000 ตัว ใน 5 ชนิดได้แก่ ม้าน้ำหนาม ม้าน้ำดำ ม้าน้ำสามจุด ม้าน้ำแคระ และม้าน้ำยักษ์
เฉพาะที่จะนำไปปล่อยคืนสธรรมชาติครั้งนี้ มี ทั้งหมด 5,000 ตัว แต่ข้อท้ายท้าคือ พวกมันจะมีชีวิตรอดหรือไม่ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ยอมรับว่าการทดลองปล่อยรอบแรกเมื่อปีที่แล้ว ม้าน้ำที่ถูกเพาะ มีชีวิตรอดอยู่ในทะเลเพียงไม่กี่ตัว
แต่ก้ยังคงมีความจำเป็น ที่ต้องเดินหน้า เพาะม้าน้ำ คืนสู่ทะเลต่อไป เนื่องจากเป็นสัตว์ใกล้สุญพันธุ์ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน บัญชีแนบท้ายอนุสัญญา CITES บัญชีที่ 2 สามารถเพาะเพื่อการค้าแต่ต้องจำกัดปริมาณ
แต่ในประเทศไทยไม่มีฟาร์มเพาะม้าน้ำเพื่อการค้า นั่นหมายความว่า ม้าน้ำตากแห้งที่นำมาขายเป็นยาอยู่ในเวลานี้ ถูกลักลอบจับอย่างผิดกฎหมาย และเป็นที่มา ที่ทำให้ ม้าน้ำเสี่ยงสุญพันธุ์
ม้าน้ำเป็นปลาทะเลชนิดหนึ่ง ที่มีส่วนหัวเหมือนม้า สามารถสืบพันธุ์ได้ตลอดปี โดยตัวผู้จะเป็นฝ่ายอุ้มท้องแทนตัวเมีย ตัวเมียมีหน้าที่เพียงฝากไข่ลงในถุงหน้าท้องตัวผู้ไว้เท่านั้น
ในแต่ละปีทั่วโลกมีการค้าขาย ม้าน้ำตากแห้งประมาณ 24.5 ล้านตัว หรือ 70 ตัน ประเทศนำเข้า 5 อันดับแรก คือจีน ไต้หวัน สิงคโปร์ เกาหลีและญี่ปุ่น ส่วนประเทศผู้ส่งออกหลัก คือ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม และอินเดีย