เนชั่นทีวี

ข่าว

เจ้าทุกข์รุมชี้ตัว 2 ผู้ต้องหา ตระเวนวิ่งราวเหยื่อสาว อ้างหาเงินเลี้ยงลูก

22 ก.พ. 2560 | nation_ent

เจ้าทุกข์รุมชี้ตัว 2 ผู้ต้องหา
ตระเวนวิ่งราวเหยื่อสาว อ้างหาเงินเลี้ยงลูก

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รอง ผบก.น.9 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนะสิทธิ์ ปานศรี ผกก.สน.หนองค้างพลู และ พ.ต.ท.วิโรจน์ จันทร์หอม รอง ผกก.สส.สน.หนองค้างพลู ร่วมกันจับกุมตัว นายพงษ์พันธ์ หรือ "ทอม" ศรีวิจารย์ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตลิ่งชัน ที่ 41/2560 ลงวันที่ 22 ก.พ.60 ข้อหาวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม พร้อมของกลาง รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีดำ ทะเบียน 3 กฉ-4621 กรุงเทพมหานคร หมวกนิรภัยที่ใช้ก่อเหตุ 1 ใบ และเสือผ้าที่สวมใส่เพื่อตระเวนก่อเหตุอีก 1 ชุด โดยจับกุมตัวได้ในบ้านเช่าหมู่บ้านศรีเพชร ซอยเพชรเกษม 106 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม.


พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันมีผู้เสียหายซึ่งล้วนแต่เป็นผู้หญิงเกือบสิบราย เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.หนองค้างพลู ว่า ถูกคนร้ายที่มีรูปพรรณสัณฐานเดียวกัน คือเป็นเพศชาย 1 ราย ใช้ รถ จยย.เป็นยานพาหนะเข้าทำการก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์กระเป๋าสะพาย และกระเป๋าเงินหลบหนีไป การก่อเหตุแต่ละครั้งได้เงินไปคราวละ 500-1,000 บาท เมื่อฝ่ายสืบสวนลองตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามสถานที่เกิดเหตุที่ผู้เสียหายแจ้งความแต่ละครั้ง พบ ภาพ นายพงษ์พันธ์ ใช้ รถ จยย.ของกลางคันเดียวกันไปตระเวนก่อเหตุ โดยหลังก่อเหตุแล้วทุกครั้ง นายพงษ์พันธ์ จะหาที่แวะเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเข้าบ้านเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าหน้าที่ จากนั้นชุดจับกุมจึงขออำนาจศาลทำการอนุมัติหมายจับ ก่อนเดินทางไปจับกุมตัวไว้ได้พร้อมของกลางทั้งหมด ก่อนเรียกตัวผู้เสียหายมาชี้ตัวยืนยันในวันนี้ จำนวน 6 ราย
จากการสอบสวน นายพงษ์พันธ์ ยอมรับว่า เป็นพ่อค้าขายเสื้อผ้ามือสองตามตลาดนัด รายได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัว เพราะมีลูกถึง 2 คน จึงวางแผนตระเวนขับรถ จยย.ไปก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์เหยื่อที่เป็นผู้หญิงเดินตามท้องถนนเพียงลำพัง บางรายก็นำกระเป๋าเงินวางไว้หน้าตะกร้ารถจักรยาน พอได้เงินมาก็นำไปเลี้ยงลูก โดยขอยืนยันว่าไม่ได้ติดยาเสพติด ไม่เคยเล่นการพนัน และไม่เคยมีประวัติถูกจับกุมมาแต่อย่างใด ส่วนการที่ต้องถอดเสื้อผ้าเปลี่ยนชุดทุกครั้งก่อนเข้าบ้านนั้น เพราะไม่ต้องการให้ตัวเองถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้และต้องการเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจตอนมีการแจ้งวิทยุสกัดจับอีกคดีเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.อ.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน ผกก.สส.บก.น.9 และ พ.ต.ท.อดิเทพฌ์ ภูวัช สว.สส.สน.หนองค้างพลู นำกำลังสกัดจับกุม นายณัฐธชนพงศ์ หรือ "บลู" กลิ่นสุบรรณ์ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท พระเลี่ยมทอง 1 องค์ และ รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน รยบ-60 กรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่ทำการสกัดจับกุมตัวได้ทันทีหลังก่อเหตุกระชากสร้อยคอทองคำผู้เสียหายรายหนึ่งบริเวณจุดกลับรถถนนพุทธมณฑลสาย 3 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขมกรุงเทพมหานคร
จากการสอบสวน นายณัฐธชนพงศ์ ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เคยเป็นอาสาสมัครช่วยงานเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.9 มาก่อน ส่วนปัจจุบันทำอาชีพขายรองเท้าตามตลาดนัด เพิ่งตัดสินใจก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ทรัพย์ครั้งแรก เพื่อหาเงินไปเลี้ยงดูลูกชายวัย 5 ขวบ ไม่คิดว่าจะโดนตามจับได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้
พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ กล่าวอีกว่า ชุดจับกุมไม่เชื่อคำให้การของผู้ต้องหาทั้ง 2 คดีมากนัก โดยเฉพาะ นายพงษ์พันธ์ ซึ่งยอมรับสารภาพเฉพาะคดีที่ฝ่ายสืบสวน สน.หนองค้างพลู มีหลักฐาน ในการก่อเหตุจำนวน 6 ครั้ง ตำรวจเชื่อว่า นายพงษ์พันธ์ ต้องเคยตระเวนก่อเหตุในละแวกใกล้เคียงอีกไม่ต่ำกว่า 10 คดี จึงขอประชาสัมพันธ์ไปถึงผู้เสียหายที่สงสัยว่าจะเคยถูกผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนี้ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ ให้เดินทางมาชี้ตัวยืนยันได้ที่ สน.หนองค้างพลู เพื่อแจ้งข้อหาดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป

ข่าวล่าสุด