พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันมีผู้เสียหายซึ่งล้วนแต่เป็นผู้หญิงเกือบสิบราย เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.หนองค้างพลู ว่า ถูกคนร้ายที่มีรูปพรรณสัณฐานเดียวกัน คือเป็นเพศชาย 1 ราย ใช้ รถ จยย.เป็นยานพาหนะเข้าทำการก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์กระเป๋าสะพาย และกระเป๋าเงินหลบหนีไป การก่อเหตุแต่ละครั้งได้เงินไปคราวละ 500-1,000 บาท เมื่อฝ่ายสืบสวนลองตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามสถานที่เกิดเหตุที่ผู้เสียหายแจ้งความแต่ละครั้ง พบ ภาพ นายพงษ์พันธ์ ใช้ รถ จยย.ของกลางคันเดียวกันไปตระเวนก่อเหตุ โดยหลังก่อเหตุแล้วทุกครั้ง นายพงษ์พันธ์ จะหาที่แวะเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเข้าบ้านเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าหน้าที่ จากนั้นชุดจับกุมจึงขออำนาจศาลทำการอนุมัติหมายจับ ก่อนเดินทางไปจับกุมตัวไว้ได้พร้อมของกลางทั้งหมด ก่อนเรียกตัวผู้เสียหายมาชี้ตัวยืนยันในวันนี้ จำนวน 6 ราย
จากการสอบสวน นายพงษ์พันธ์ ยอมรับว่า เป็นพ่อค้าขายเสื้อผ้ามือสองตามตลาดนัด รายได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัว เพราะมีลูกถึง 2 คน จึงวางแผนตระเวนขับรถ จยย.ไปก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์เหยื่อที่เป็นผู้หญิงเดินตามท้องถนนเพียงลำพัง บางรายก็นำกระเป๋าเงินวางไว้หน้าตะกร้ารถจักรยาน พอได้เงินมาก็นำไปเลี้ยงลูก โดยขอยืนยันว่าไม่ได้ติดยาเสพติด ไม่เคยเล่นการพนัน และไม่เคยมีประวัติถูกจับกุมมาแต่อย่างใด ส่วนการที่ต้องถอดเสื้อผ้าเปลี่ยนชุดทุกครั้งก่อนเข้าบ้านนั้น เพราะไม่ต้องการให้ตัวเองถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้และต้องการเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจตอนมีการแจ้งวิทยุสกัดจับอีกคดีเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.อ.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน ผกก.สส.บก.น.9 และ พ.ต.ท.อดิเทพฌ์ ภูวัช สว.สส.สน.หนองค้างพลู นำกำลังสกัดจับกุม นายณัฐธชนพงศ์ หรือ "บลู" กลิ่นสุบรรณ์ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท พระเลี่ยมทอง 1 องค์ และ รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน รยบ-60 กรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่ทำการสกัดจับกุมตัวได้ทันทีหลังก่อเหตุกระชากสร้อยคอทองคำผู้เสียหายรายหนึ่งบริเวณจุดกลับรถถนนพุทธมณฑลสาย 3 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขมกรุงเทพมหานคร
จากการสอบสวน นายณัฐธชนพงศ์ ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เคยเป็นอาสาสมัครช่วยงานเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.9 มาก่อน ส่วนปัจจุบันทำอาชีพขายรองเท้าตามตลาดนัด เพิ่งตัดสินใจก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ทรัพย์ครั้งแรก เพื่อหาเงินไปเลี้ยงดูลูกชายวัย 5 ขวบ ไม่คิดว่าจะโดนตามจับได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้
พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ กล่าวอีกว่า ชุดจับกุมไม่เชื่อคำให้การของผู้ต้องหาทั้ง 2 คดีมากนัก โดยเฉพาะ นายพงษ์พันธ์ ซึ่งยอมรับสารภาพเฉพาะคดีที่ฝ่ายสืบสวน สน.หนองค้างพลู มีหลักฐาน ในการก่อเหตุจำนวน 6 ครั้ง ตำรวจเชื่อว่า นายพงษ์พันธ์ ต้องเคยตระเวนก่อเหตุในละแวกใกล้เคียงอีกไม่ต่ำกว่า 10 คดี จึงขอประชาสัมพันธ์ไปถึงผู้เสียหายที่สงสัยว่าจะเคยถูกผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนี้ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ ให้เดินทางมาชี้ตัวยืนยันได้ที่ สน.หนองค้างพลู เพื่อแจ้งข้อหาดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป