ด้านนายบุญธรรม สุกใสดี อายุ 90 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 หมู่6 ต.พงสวาย อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นเพื่อนในสมัยที่สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดตรีญาติ เพราะบ้านอยู่ใกล้กันและบวชเณรมาด้วยกันหลายพรรษา ก็บอกว่า สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เป็นคนเรียนเก่งเป็นมหาตั้งแต่สมัยยังเป็นสามเณรและไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ และทุกๆวันที่ 12 ก.พ. สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ก็มาทำบุญที่วัดตรีญาติเพราะมาทำบุญให้กับกระดูกของญาติพี่น้องที่อยู่ที่วัด แต่ปีนี้อาจจะต้องเลื่อนไป ส่วนที่วัดตรีญาติ ก็มีการบูรณะกุฎิ ที่สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เคยจำพรรษาอยู่ เพื่อเก็บไว้เป็นอนุสรณ์สถานด้วย
ประวัติสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2470 ณ บ้านเลขที่ 28 หมู่ 1 ต.บางป่า อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี โยมบิดาชื่อนายนับ ประสัตถพงศ์ โยมมารดาชื่อนางตาล ประสัตถพงศ์ มีพี่น้องร่วมสายโลหิต 9 คน สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เป็นคนที่ 2 ครอบครัวประกอบอาชีพค้าขาย เรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนเทวานุเคราะห์ กองบินน้อยที่ 4 ตำบลโคกกระเทียม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และบรรพชาเป็นสามเณรเมื่อพ.ศ. 2480 ณ วัดสัตตนารถปริวัตรวรวิหาร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี
โดยมีพระธรรมเสนานี (เงิน นนฺโท) เป็นพระอุปัชฌาย์ เนื่องจากในสมัยนั้นมีพระอุปัชฌาย์น้อย จึงต้องมาบวชที่วัดสัตตนารถปริวัตรวรวิหาร และสามเณรอัมพร ประสัตถพงศ์ ก็กลับไปจำพรรษาที่วัดตรีญาติ ซึ่งตั้งอยู่ หมู่ 6 ต.พงสวาย อ.เมือง จ.ราชบุรี เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม พ.ศ. 2483 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี จากนั้น พ.ศ. 2484 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นโทและ พ.ศ. 2486 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก และสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค เมื่อพ.ศ. 2488 สอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค เมื่อ พ.ศ. 2490 ได้ย้ายมาอยู่จำพรรษา ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากโร) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระจินดากรมุนี นำมาฝากกับสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) สกลมหาสังฆปริณายก จนอายุครบ 20 ปี จึงได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2491 ณ พัทธสีมาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม