นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วย พล.ต.อ. เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม โดยระบุว่า ลิ่น เป็น 1 ในสัตว์ที่ขึ้นทะเบียนของอนุสัญญาไซเตท (CITES) ห้ามนำเข้า-ออกและนำผ่านอย่างเด็ดขาด เช่นเดียวกับ นอแรด และงาช้าง มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา นายกุลิศ ยังกล่าวอีกว่า ลิ่น ส่วนใหญ่ที่มีการลับลอบจะนำไปประกอบเป็นยาโด้ป อาหาร ตามความเชื่อของชาวจีน ซึ่งหากหลุดสามารถจำหน่ายได้ อยู่ที่กิโลกรัมละ 4 หมื่นบาท โดยเกล็ดลิ่มที่ตรวจพบกว่า 2.9 ตัน จะต้องฆ่าตัวลิ่มหรือตัวนิ่ม กว่า 6 พันตัว
ทางด้าน อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุจะต้องนำเกล็ดลิ่มไปตรวจพิสูจน์ว่าเป็นเกล็ดลิ่นชนิดใด จากประเทศใด หรือ อยู่ในบัญชีสัตว์คุ้มครองประเภทใด ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถระบุได้
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ได้แจ้งข้อหาบุคคลที่มีชื่อในการลักลอบนำเข้าราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2467 นำผ่านสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่าหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากของสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2555 กรมศุลกากรได้มีการตรวจจับยึดเกล็ดลิ่นที่มาจากฝั่งทวีปแอฟริกามาแล้ว 9 คดี ยึดของกลางได้ 3.4 ตันมูลค่ากว่า 35 ล้านบาท โดยทุกคดีจะถูกส่งไปยัง สปป.ลาว ที่เป็นประเทศปลายทางทั้งสิ้น