เนชั่นทีวี

ข่าว

รื้อระบบการศึกษา ช่วยเด็กอยู่รอดศตวรรษที่ 21

01 ก.พ. 2560 | wanchat

รื้อระบบการศึกษา ช่วยเด็กอยู่รอดศตวรรษที่ 21

ผู้ปกครองและระบบการศึกษาเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาคุณภาพเด็ก ยิ่งในยุคที่สังคมโลกเปลี่ยนไป ทั้งรูปแบบชีวิต การทำงาน เทคโนโลยี การให้เด็กคนหนึ่งอยู่รอดได้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็มีวิธีค่ะ ติดตามจากรายงานคุณขวัญเรียม แก้วสุวรรณ

ฉมสมร ศักดิ์โสภิณ วัย 36 ปี เดิมเป็นคนจังหวัดแพร่ แต่ย้ายตามสามีที่มาเปิดคลินิกทันตกรรมที่จังหวัดเชียงใหม่ มีลูกวัย 2 ขวบ 1 คน และเลี้ยงลูกเองตั้งแต่เกิด ด้วยความที่เป็นคุณแม่มือใหม่บวกกับสถานการณ์โลกต่างจากเดิม ทำให้เธอกังวลว่าจะไม่สามารถเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีได้ ทันทีที่ทราบว่าจะมีผู้เชียวชาญด้านจิตวิทยามาอบรมให้ความรู้ในการเลี้ยงลูกอย่างไรให้ดีและเก่ง ในงานปฏิรูปการศึกษาเชียงใหม่ ครั้งที่ 2 จัดโดยจังหวัดเชียงใหม่ และสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน หรือ สสค. จึงมาเข้าร่วมอบรมเพื่อหวังนำความรู้ไปเป็นแนวทางการเลี้ยงลูก
วิทยากรในวันนั้นคือ คุณหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ซึ่งเป็นแพทย์เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น ทำงานมากว่า 30 ปี คุณหมอเริ่มต้นด้วยคำถามที่ว่า "ทำไมเด็กคนหนึ่งถึงไปได้ดีกว่าเด็กอีกคน" พร้อมให้คำตอบว่า การมีไอคิวสูง 130-140 และมีฐานะไม่ใช่คำตอบ แต่ที่ถูกต้องที่สุดคือ การมี "อีเอฟ" (EF) หรือความสามารถระดับสูงของสมองที่ใช้ในการควบคุมความคิด อารมณ์ และการกระทำ เพื่อให้ไปถึงจุดหมาย
ซึ่งการสร้างอีเอฟที่ดีต้องเริ่มตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปี วิธีสร้างคือให้เด็กเป็นผู้กำหนดเป้าหมาย ทั้งเรื่องตัวเอง เรื่องในบ้าน และนอกบ้าน ยกตัวอย่างฝึกให้ลูกช่วยเหลือตัวเอง เช่น ต้องรับประทานอาหารในอีก 30 นาที หากไม่ทานต้องเก็บ ตื่นนอนต้องเก็บที่นอน เก็บของเล่น หรือเมื่อลืมอุปกรณ์การเรียน พ่อแม่จะต้องไม่วนรถกลับไปเอา แต่ให้เขาไปรับผลลัพธ์ รับผิดรับชอบสิ่งที่ทำเอง คือรับโทษจากครู ครั้งต่อไปจะไม่ลืมเพราะกลัวถูกลงโทษ จิตวิทยาเหล่านี้จะส่งผลให้เด็กเป็นคนดีเมื่ออยู่นอกบ้านอัตโนมัติ เช่น เมื่ออยู่ในห้องประชุมหรือแม้แต่บนรถไฟฟ้าเขาจะไม่โทรศัพท์รบกวนผู้อื่น ไม่ยุ่งอบายมุข แต่ถึงยุ่งก็สามารถพาตัวเองออกมาได้ทันเวลา เคารพกฎหมายและอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้
ทว่า.....สังคมไทยไม่ว่าจะยุคสมัยใด พ่อแม่และระบบการศึกษาไม่ปล่อยให้เด็กกำหนดเป้าหมายเอง ทุกอย่างถูกกำหนดตายตัว อย่างอายุ 7 ขวบ ต้องเรียนป.1 และต้องเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ส่วนพ่อและแม่หลายคนกำหนดให้ลูกเป็นหมอ เป็นวิศวะ ทำให้เด็กไม่ประสบผลสำเร็จจำนวนมาก แต่ครอบครัวที่ให้ลูกเรียนตามความชอบ เด็กกลับประสบความสำเร็จมากกว่า หมายความว่าพ่อแม่และระบบการศึกษาทำลายความสามารถระดับสูงของสมอง แต่การทำงานบ้านช่วยสร้างสมองควบคุมความคิด อารมณ์ และการกระทำ เพื่อให้ไปถึงจุดหมายได้ ดังนั้น หากต้องการให้ลูกดีและเก่ง ต้องสร้างอีเอฟให้เกิด เพื่ออนาคตเขาสามารถดูแลตัวเองได้ เอาตัวรอด และมีอนาคต พร้อมสู่ศตวรรษที่ 21

ข่าวล่าสุด