เนชั่นทีวี

ข่าว

ศาลแพ่งสั่งหมอระวี-กคป. ชดใช้อ่วมกว่า 95 ล้านชุมนุมปิดปตท.

31 ม.ค. 2560 | nation_ent

ศาลแพ่งสั่งหมอระวี-กคป.
ชดใช้อ่วมกว่า 95 ล้านชุมนุมปิดปตท.

31 ม.ค. -- ศาลแพ่งพิพากษาสั่ง"หมอระวี"- เครือข่ายปฏิรูปพลังงานกคป.ชดใช้อ่วมกว่า 95 ล้านพร้อมดอกเบี้ยตั้งแต่เดือน มี.ค.57 ให้บ.เอนเนอร์ยี่ฯ เจ้าของพื้นที่ หลังชุมนุมปิด ปตท.สนง.ใหญ่ - ก.พลังงาน ปี 57 ช่วงยุทธการ กปปส.ชัดดาวน์ กทม. ลุ้นกคป.ยื่นอุทธรณ์สู้คดีอีกรอบ ส่วนคดีอาญาหมอระวี-กลุ่มผู้ชุมนุม คดียังไม่เสร็จ รอสืบพยาน

    ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ศาลแพ่ง มีคำพิพากษาในคดีที่ บริษัท เอนเนอร์ยีคอมเพล็กซ์ จำกัด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา , นายทศพล แก้วทิมา และนพ.ระวี มาศฉมาดล แกนนำกองทัพประชาชนและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย (กคป.) , นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และนายธวัชชัย พรหมจันทร์ แกนนำ กคป. เป็นจำเลยที่ 1-5 เรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหาย 118,930,051.44 บาท   สืบจากกรณีเมื่อวันที่ 13 ม.ค.57 จำเลยทั้งห้า ร่วมกันนำผู้ชุมนุมเข้าไป ที่สำนักงานของกลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นพื้นที่เช่าของ บ.เอนเนอร์ยีฯ ที่นำมาให้กลุ่มบริษัท ปตท.ฯ และกระทรวงพลังงานเช่าเป็นที่ตั้งสำนักงาน โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้เข้าครอบครองพื้นที่ของโจทก์ตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค.57 ต่อเนื่องตลอดมา มีการตั้งเวทีปราศรัยโจมตีกระทรวงพลังงาน ผู้เช่าพื้นที่อาคาร ทำให้โจทก์และผู้เช่าไม่สามารถเข้าใช้อาคารได้ เป็นเหตุให้ต้องปิดอาคารทั้ง 6 อาคาร ทำความเสียหายต่อทรัพย์สินภายในอาคารของโจทก์ และทำให้โจทก์ขาดรายได้จากการประกอบกิจการ ขอให้จำเลยร่วมกันชดใช้เงิน118,930,051 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องคดีเมื่อวันที่ 12 มี.ค.57 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และห้ามจำเลยทั้งห้า กับผู้ชุมนุมเข้าไปเกี่ยวข้องกับพื้นที่ของโจทก์ และขอให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายอีกวันละ 2,049,492.97 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะยุติการกระทำละเมิดต่อโจทก์ด้วย    ทั้งนี้ศาลแพ่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยทั้งห้า ต่างเป็นแกนนำในการชุมนุม โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำ ดังนั้นการที่จำเลยทั้งห้าและผู้ร่วมชุมนุมบุกรุกเข้ามายังพื้นที่อาคารของโจทก์ เพื่อใช้เป็นสถานที่ชุมนุม มีการตั้งเวทีปราศรัย ตั้งเต็นท์ขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เพื่อใช้เป็นที่นอนของผู้ชุมนุม และทำให้ทรัพย์สินในอาคารของโจทก์เสียหาย จึงเป็นการใช้สิทธิอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ พนักงานของโจทก์ และประชาชนผู้มาติดต่อ รวมทั้งผู้เช่าพื้นที่ในอาคารของโจทก์ อันเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนที่โจทก์ต้องขาดรายได้ที่เป็นค่าเช่า , ค่าบริการพื้นที่ , ค่าตลาดนัด , รายได้จากค่าบริการที่จอดรถ , ค่าใช้จ่ายที่โจทก์ต้องเช่าที่อื่นเป็นสำนักงานชั่วคราว และค่าเสียหายอื่นๆ อันเป็นค่าเสียหายโดยตรงจากการทำละเมิดของจำเลยทั้งห้า เป็นเงินทั้งสิ้น 95,923,547.84 บาท    ขณะที่ปัจจุบัน จำเลยทั้งห้าและผู้ชุมนุม ได้รื้อถอนสิ่งต่าง ๆ ออกจากพื้นที่การครอบครองของโจทก์แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องสั่งห้ามจำเลยทั้งห้าและผู้ร่วมชุมนุมเข้าไปเกี่ยวข้องกับพื้นที่ของโจทก์อีก และสำหรับค่าเสียหายรายวันนั้น ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งห้าและกลุ่มผู้ชุมนุมมีการบุกรุกเข้ายึดถือการครอบครองพื้นที่ของโจทก์นับแต่วันฟ้องที่ 12 มี.ค.57 อีก ศาลจึงไม่กำหนดค่าเสียหายส่วนนี้ให้ ศาลแพ่งจึงมีคำพิพากษาว่า ให้จำเลยทั้งห้า ร่วมกันชำระเงิน 95,923,547.84 บาท แก่ บ.เอนเนอร์ยีฯ โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันฟ้องที่ 12 มี.ค.57 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังไม่สิ้นสุดตามคำพิพากษา เนื่องจากคู่ความยังสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดีได้ตามกฎหมายภายใน 30 วัน นับจากวันที่ศาลมีคำพิพากษาในวันนี้   ส่วนคดีอาญา ที่พนักงานอัยการ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นพ.ระวี กับแกนนำและผู้ร่วมชุมนุม กคป.รวม 56 คน เมื่อปี 2557-2558  ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป เพื่อกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิดความวุ่นวายต่อบ้านเมือง, ร่วมกันบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นในเวลากลางคืน และข้อหาอื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215,216,362,365 และประกาศของศูนย์รักษาความสงบฉบับที่ 3/2557เรื่องห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมลงวันที่ 25 ม.ค.57 และ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 4 7 , 9 -10 , 18  จากกรณีการปิดล้อม ปตท. และกระทรวงพลังงาน ในช่วงเดียวกับที่มีการชุมนุมปิดกรุงเทพฯ หรือยุทธการ " Shutdown กรุงเทพฯ " ของกลุ่ม กปปส. ที่นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณนั้น คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญาซึ่งยังไม่มีคำพิพากษา   ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการพิพากษาคดีทางแพ่ง ที่ศาลเคยตัดสินให้แกนนำร่วมกันชดใช้ความเสียหายจากการชุมนุมนั้น ก่อนหน้านี้ก็มีคดีของกลุ่ม พธม. ซึ่งเมื่อวันที่ 27 เม.ย.58  ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลแพ่ง ให้ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง , นายสนธิ ลิ้มทองกุล , นายพิภพ ธงไชย , นายสุริยะใส กตะศิลา , นายสมศักดิ์ โกศัยสุข , นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ , นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ , นายอมร อมรรัตนานนท์ , นายนรัญยู หรือศรัณยู วงษ์กระจ่าง , นายสำราญ รอดเพชร , นายศิริชัย ไม้งาม , นายมาลีรัตน์ แก้วก่า และนายเทิดภูมิ ใจดี แกนนำ พธม. ทั้ง 13 คน ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เป็นเงิน 522,160,947.31 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 ธ.ค.51 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จากกรณีร่วมกันปิดสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อปี 2551 ด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการบังคับคดีตามกฎหมาย

 

ข่าวล่าสุด