ซึ่งชุดแรกนั้นได้ถูกขนส่งมาโดยรถบรรทุก ขณะที่เรือหลวงอ่างทองได้ขนอุปกรณ์เรือผลักดันน้ำอีก 20 เครื่องและเฮลิคอปเตอร์แบบพิเศษและชุดปฎิบัติการพิเศษ 28 นายพร้อมชุดแพทย์เคลื่อนที่และชุดปฎิบัติการจิตวิทยาโดยต้องมีการปรับแผนเพราะไม่สามารถนำเรือเข้าเทียบท่าที่ อ.ปากพนังได้เนื่องจากคลื่นสูง จึงได้จอดเทียบท่าที่ จ.สงขลา โดยจะส่งขบวนรถบรรทุกไปรับจำนวนอีก 20 เครื่องจะไปขนย้ายในเย็นวันนี้เพื่อนำไปติดตั้งที่ อ.ปากพนัง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดคลองชะอวด-แพรกเมืองประมาณ 40 กม.เพื่อผลักดันน้ำในส่วนของอำเภอปากพนังซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากตัวจังหวัดชั้นใน
นาวาเอกอภิชาติ ทินนะลักษณ์ หน.ชุดปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจผลักดันน้ำ โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งในการติดตั้งเรือผลักดันน้ำ สำหรับคุณสมบัติของเรือผลักดันน้ำนั้นจะสามารถผลักดันน้ำออกสู่ทะเลได้ 24 ลูกบาศก์เมตรต่อนาทีเรือ 30 ลำสามารถผลักดันน้ำได้ 720 ลูกบาศก์เมตรต่อนาทีนอกจากนั้นเรือผลักดันน้ำจะสามารถเร่งการไหลของน้ำออกสู่ทะเลได้เร็วกว่าปกติ ซึ่งกองทัพเรือได้เร่งดำเนินการเพื่อช่วยระบายน้ำให้เร็วที่สุดโดยจะดำเนินการจนกว่านครศรีธรรมราชจะเข้าสู่ภาวะปกติจึงจะถอนเรือกลับขณะที่บริเวณอ่าวหัวไทร ปากน้ำชะอวด-แพรกเมือง มีเรือผลวงกระบี่จอดลอยลำอยู่บริเวณหน้าอ่าวท่ามกลางคลื่นลมรุนแรงโดยเรือประมงพยายามกลับเข้าฝั่งท่ามกลางความสูงของคลื่นอย่างน่าหวาดเสียว