"เป็นวันที่ประทับใจไม่เคยลืม ทั้งพระราชาและพระราชินีทรงพระสิริโฉมงดงามยิ่งนัก"
เมื่อตอนอายุ 21 ปี คุณตาเมี้ยนยังได้มีโอกาสมาร่วมในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2493 และต้องนอนค้างที่ท้องสนามหลวงเนื่องจากหารถกลับไม่ได้เพราะสมัยนั้นการคมนาคมยังไม่สะดวกสบายเหมือนตอนนี้
"วันนั้นตานอนที่ท้องสนามหลวงทั้งคืน มันเป็นช่วงเวลาที่เศร้ามาก และไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะต้องพบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้อีก" คุณตากล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย และไม่ขอพูดถึงรัชกาลที่ 9 เพราะมันเป็นสิ่งที่กระทบกระเทือนจิตใจมากที่สุด จริงๆแล้วคุณตาเมี้ยนแกนั้นไม่สามารถเดินได้แบบปกติด้วยโรคชรา และยังเป็นโรคหลอดเลือดในสมองตีบ แต่ก็ยืนยันจะมาสนามหลวงให้ได้แม้รู้ทั้งรู้ว่าต้องต่อคิวนาน แถมอากาศก็ร้อนจัด
"คนเราเกิดมายังไงก็ต้องตาย ไม่วันนี้ก็วันพรุ่งนี้ มันคาดเดาไม่ได้หรอกหนู อยู่บ้านเฉยๆก็อาจตายได้ ถ้าตาจะมากราบพระองค์แล้วตาต้องตายที่นี้ตาก็ยอม อย่างน้อยตาก็ได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้...แม้มันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต"
ชีวิตคนเรานั้นไม่มีอะไรที่แน่นอน แต่สิ่งที่สำคัญคือความมุ่งมั่นตั้งใจในการบรรลุสิ่งที่ตนได้ตั้งใจไว้ และไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร ขอให้แค่ได้ทำ...แม้จะไม่สำเร็จดั่งหวังแต่ก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย