เนชั่นทีวี

ข่าว

"ลุงตู่"ซึ้งใจคนน่าน

23 ธ.ค. 2559 | nation_ent

"ลุงตู่"ซึ้งใจคนน่าน

น่าน - เมื่อเวลา 15.30 น.วันนี้ (23 ธ.ค.)ที่วัดภูมินทร์ จ.น่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางกราบนมัสการพระพุทธมหาพรหมอุดมสักยมุนี พระประธานจตุรพักตร์ในวิหารหลวง ซึ่งเป็นพระอุโบสถจตุรมุขหลังแรกของประเทศไทยที่พระอุโบสถตรงใจกลางประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ 4 องค์ หันพระพักตร์ออก ด้านประตูทั้งสี่ทิศ หันเบื้องพระปฤษฎางค์ชนกัน ประทับนั่งบนฐานชุกชี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่มีความงามของพระอุโบสถ พร้อมทั้งได้ถวายปัจจัยไทยธรรมแด่พระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดน่าน

จากนั้น มัคคุเทศก์น้อยจากโรงเรียนจุมปีวนิดาภรณ์ จำนวน 6 คน ได้นำนายกรัฐมนตรีเดินชมภาพจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนที่แสดงถึงเรื่องราวและวิถีชีวิตตำนานพื้นบ้าน ส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพระเตมีราชชาดก และส่วนที่แสดงถึงความเป็นอยู่ของชาวน่านในอดีต เช่น การแต่งกายด้วยผ้าซิ่นลายน้ำไหล การทอผ้าด้วยกี่ทอมือ และการทำการค้ากับชาวต่างชาติ อีกทั้ง ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่โดดเด่นเป็นพิเศษในวัดภูมินทร์แห่งนี้คือ ภาพ "เสียงกระซิบบันลือโลก" หรือภาพ "ปู่ม่าน ย่าม่าน" ซึ่งเป็นคำเรียกผู้ชายผู้หญิงชาวไทลื้อสมัยโบราณ ในลักษณะกระซิบสนทนากัน

อย่างไรก็ดี นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสนใจภาพจิตรกรรมเหล่านี้ พร้อมชื่นชมและกล่าวขอบคุณมัคคุเทศก์น้อยที่มาคอยให้ข้อมูลสถานที่ด้วยเสียงใส ๆ เป็นภาษาพื้นเมือง อีกทั้ง ต้องการให้เด็กและเยาวชนกล้าคิด กล้าแสดงออกเพื่อเตรียมการเปิดประตูสู่เออีซี เนื่องจากจังหวัดน่านนั้นเป็นทางผ่าน ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปประเทศจีน ผ่านทางสปป.ลาวได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เดินทางมา จ.น่านในวันนี้อย่างเป็นทางการเป็นครั้งที่สองก็ขอบคุณ ชาว จ.น่านทุกคนทั้งประชาชนและหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนทุกส่วน ซาบซึ้งในน้ำใจของคนใน จ.น่าน ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนา จ.น่านและพัฒนาประเทศ สิ่งที่เป็นปัญหาสำคัญของจังหวัดนั้นคือปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะต้องมีการเข้ามาดูแลกันอีกครั้งหนึ่งที่จะมีกระบวนการทำให้เกิดความสมดุลควบคู่กับการพัฒนา ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงข้อกำหนดทางกฎหมายด้วยให้เกิดประโยชน์สูงสุดควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่พร้อมกับให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยมีที่ทำกินอย่างพอเพียง

โดยปัญหาหลักสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือปัญหาการบุกรุกป่าต้องมีมาตรการในการที่จะคืนผืนป่าให้กับธรรมชาติให้กับจังหวัดน่านที่เป็นต้นทางน้ำสายสำคัญที่ไหลเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาต้องเร่งรัดการพัฒนาพื้นฐานนั้นให้ได้ โดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ด้วย ซึ่งต่างคนต่างต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันทั้งป่าและคนและคนกับป่าต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ภายใต้กฎหมายที่จะต้องมีการพิจารณาให้เกิดความสมดุลให้ได้นอกจากนี้แล้วในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าน้ำต้องมาจากป่าซึ่งถ้าหากเรามีการบริหารจัดการป่าที่ดีก็จะทำให้ฝนตก จากนั้นมาพิจารณาดูว่าจะทำอย่างไรให้น้ำนั้นเข้าถึงมือผู้บริโภคซึ่งน้ำแต่ละแห่งนั้นมีความสำคัญต่างกัน ทั้งน้ำเพื่อการบริโภค น้ำเพื่อการเกษตรการอุตสาหกรรม น้ำเพื่อการรักษาระบบนิเวศ ทั้งหมดนี้มาจากแหล่งเดียวกันคือมาจากฝนและฝนมาจากป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่จะทำให้เกิดฝนจึงจำเป็นที่จะต้องช่วยกันดูแลรักษาป่า

นายกฯ กล่าวว่า อีกทั้งในเรื่องของการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรให้มีรายได้สูงขึ้นต้องคำนึงถึงปลายทางคือตลาดรองรับความต้องการของตลาดนั้นมีความต้องการเพียงพอหรือไม่ ปัจจุบันนี้ชาวบ้านจะทำการเกษตรอย่างเดียวไม่ได้แล้ว จะรอฝนจากธรรมชาติไม่ได้แล้ว ต้องเป็นการทำเกษตรสมัยใหม่ ควบคู่กับการศึกษาเทคโนโลยีมาพัฒนาให้เกิดความเปลี่ยนแปลง โดยทางช่องทางของรัฐบาลก็มีกระบวนการให้ศึกษาอยู่เป็นจำนวนมากทุกคนต้องหาความรู้เพิ่มเติมเรียนรู้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์

สำหรับปัญหาพื้นที่ป่าในจังหวัดน่านอะไรขั้นตอนการแก้ปัญหาไม่จำเป็นที่จะต้องมีการใช้การแก้ปัญหาโดยการยกเลิกกฎหมายทั้งนี้ต้องมีการสอบสวนสืบหาขั้นตอนที่มาของปัญหาและหาวิธีการได้แก้ไขปัญหาโดยไม่กระทบกับกฎหมายและกระทบกับประชาชน

อีกทั้งในเรื่องการปลูกพืชต้องมีการปลูกพืชให้เหมาะสมกับพื้นที่ต้องมีการทำการเกษตรแบบผสมผสาน ตอนนี้เรามีการดำเนินการในรูปแบบของประชารัฐทุกจังหวัด ประชาชนเป็นเจ้าของบริษัทโดยจังหวัดน่านมีผู้นำแนวทางประชารัฐที่มีความก้าวหน้าที่จะเป็นช่องทางในการพัฒนาให้ประชาชนมีความเจริญก้าวหน้าทั้งในรูปแบบของการผลิตการแปรรูป

"ในวันนี้ได้มีโอกาสพบปะกับพรรคประชาสังคมและธุรกิจผู้นำท้องถิ่นซึ่งมีความเห็นตรงกันว่าคิดจะเดินหน้าประเทศให้มีความก้าวหน้าในอนาคตอย่างน้อยในระยะสั้น1 ปี ในปี 2560-2561 และปี 2561-2564 ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจชาติฉบับที่ 12 จากนั้นก็จะมีการดำเนินตามแผนไปอีกระยะ 5 ปีไปเรื่อยเรื่อยจนครบ 20 ปีตามแผนเราถึงจะมีอนาคตประเทศไทยที่สดใสซึ่งเวลา 20 ปีนั้นไม่ใช่เป็นเวลาที่นานนักและไม่ใช่เวลาที่เร็วเกินไปซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ ในเรื่องของกระบวนการกฎหมายการละเว้นการยกเว้นกฏหมายต่างๆมันทำให้ประชาชนเคยชินมาโดยตลอดวันนี้ถึงต้องปรับเปลี่ยนมาให้คนไทยมาอยู่ในระบบระเบียบกันบ้างแต่รัฐบาลก็จะดูอะไรให้มากที่สุด"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

อีกประเด็นที่สำคัญคือการรับฟังความคิดเห็นการบูรณาการในทุกจังหวัดได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบทุกคนต้องไปหาผู้ว่าราชการจังหวัดหากไม่เข้าใจหรือไม่รู้เรื่องอะไรเพราะผู้ว่าเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนของรัฐบาล

"ขออย่าได้รังเกียจผม รัฐบาลแต่หากจะรักจะเกลียดผมก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่อย่าเกลียดประเทศของท่านอย่าเกลียดคนไทยของท่าน ทุกคน คือคนไทยคนไทย ทุกคนต้องช่วยกันรักษาประเทศไทยให้ได้โดยอย่าขัดแย้งกันเองและเข่นฆ่ากันเองขอให้เราอยู่ร่วมกันภายใต้ร่มพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ 10 ให้ประเทศไทยเดินหน้าไปได้ด้วยสันติ"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคณะเดินทางกลับได้มีชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดน่านนำไปเขียนข้อความว่า"ลุงตู่สู้เข้าไปอย่าได้ถอย คนเมืองน่านคอยเอาใจช่วยอยู่มีแต่หัวใจให้ลุงตู่รักลุงตู่" นายกฯเป็นคนดีปรับคนโกงเป็นกำลังใจให้นายกฯอยู่ไปนานๆ ขอให้ลุงตู่อยู่พัฒนาประเทศคู่กับในหลวงรัชกาลที่ 10

ข่าวล่าสุด