นางสาวสมฤดี หรือปุ้ย เปิดเผยว่า ในขณะกำลังเดินเลือกซื้อผักบริเวณแผงลอยริมถนนสุรนารี หน้าตลาดแม่กิมเฮง ด้านวัดสะแก เขตเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา ได้ถูกแก๊งตกทอง ซึ่งเป็นหญิงไทยวัยกลางคน จำนวน 3 คน อายุประมาณ 50 ปี วางกลอุบายให้หลงเชื่อ คนแรกทำทีเดินมาสอบถามหากระเป๋าที่ลืมวางไว้ในละแวกนั้น ก่อนจะเดินเข้าไปในวัดสะแก ต่อมาหญิงคนที่สองชวนพูดคุยอ้างช่วยเพื่อนตามหากระเป๋า พยายามแสดงบทบาทเห็นใจกับความเดือดร้อนของเพื่อน ซึ่งกำลังจะนำทองคำน้ำหนัก5บาท ที่อยู่ในกระเป๋าไปวางสินสอดหมั่นให้กับลูกชาย จากนั้นหญิงคนที่สาม อ้างเป็นเจ้าของร้านขายเครื่องสังฆภัณฑ์ เป็นผู้เก็บกระเป๋าดังกล่าวได้พร้อมเปิดกระเป๋า เพื่อให้เห็นทองคำอยู่ด้านในและพยายามพูดโน้มน้าวถึงลาภลอยที่เก็บได้จะแบ่งสันปันส่วนอย่างไร โดยให้ไปตกลงกันที่ศาลาพักศพหน้าเมรุวัดสะแก
น.ส ปุ้ย กล่าวต่ออีกว่า ลักษณะการพูดโน้มน้าวที่ไม่มีช่องไฟรวมทั้งการแสดงความจริงใจของหญิงทั้งสองยอมนำทรัพย์สินที่อยู่ในตัว ซึ่งมีทั้งสร้อยคอทองคำ แหวนทองคำและเงินสดมูลค่านับแสนบาทใส่ในถุงผ้าสีดำ เพื่อให้ตนถือไว้เป็นหลักประกัน ทำให้หลงเชื่อสนิทใจยอมถอดสร้อยคอทองคำน้ำหนัก2แหวนทองคำ25สตางค์ จำนวน2วง และเงินสด9,700บาท รวมมูลค่าประมาณ5หมื่นบาท ใส่ไว้ในถุงผ้าด้วย แต่ถูกแอบเปลี่ยนในขณะเผลอ จากนั้นหญิงทั้งสองได้พากันเดินออกไปนอกวัด โดยบอกให้ยืนรอก่อน จะไปเอาสิ่งของที่ซื้อไว้ในตลาด ฯ น.ส ปุ้ย ยืนรอนานกว่า20นาที ก็ไม่เห็นวี่แวว จึงแกะดูสิ่งของในถุงผ้า เป็นเงินเหรียญจำนวนหนึ่ง หลังสูญทรัพย์สินร่วมครึ่งแสน เกิดอาการเครียดกินไม่ได้นอนไม่หลับ อับอายไม่กล้าบอกใคร ใช้เวลาตัดสินใจพอสมควรจึงมาแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อไม่ให้คนอื่นตกเป็นเหยื่ออีก
ด้าน พ.ต.ท พงศ์ธร กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการเทียบเคียงภาพบุคคลต้องสงสัย พบตำหนิรูปพรรณสัณฐานรวมทั้งพฤติการณ์เหมือนกับแก๊งตกทองที่ตระเวนล่าเหยื่อในเขตเมืองเป็นประจำ โดยจะเร่งสอบปากคำผู้เสียหายและพยานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขออำนาจศาลจังหวัดนครราชสีมา อนุมัติออกหมายขับบุคคลตามภาพ ฐานร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยใช้กลอุบาย เบื้องต้นได้ประสานข้อมูลภาพและพฤติการณ์ผู้ต้องสงสัยให้ศูนย์สื่อสาร " ไชยณรงค์ " ซึ่งมีเครือข่ายสถานีตำรวจภูธรรวม51แห่ง ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา แจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน เพื่อป้องปรามและสกัดจับบุคคลดังกล่าว