เนชั่นทีวี

ข่าว

(ขอนแก่น) แชทบีทอล์ก หลอกขโมยรถกระบะป้ายแดง

21 ธ.ค. 2559 | krissana

(ขอนแก่น) แชทบีทอล์ก หลอกขโมยรถกระบะป้ายแดง

สาวขอนแก่น แชทบีทอล์คหนุ่ม 3 เดือน มั่นใจใช้ชีวิตคู่ ตัดสินใจลงทุนซื้อรถกระบะทำธุรกิจร่วมกัน ฝ่ายชายช่วยจ่ายดาวน์ 40,000 บาท เพียง 20 นาที ใช้อุบายหลอกเชิดรถป้ายแดงคันเกือบล้านบาท พร้อมปิดโทรศัพท์หายไร้ร่องรอยเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก น.ส.จรรยพร แจ่มจันทร์ อายุ 37 ปี ชาวอำเภอบ้านฝาง จ.ขอนแก่น ว่าถูกชายหนุ่มที่รู้จักกันทางบีทอล์คนาน 3 เดือน หลอกเชิดรถกระบะสี่ประตูป้ายแดงไปตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค. 59 ทำให้ได้รับความเดือดร้อนต้องแบกรับภาระผ่านจ่ายงวดละกว่า 10,000 บาทน.ส.จรรยพร กล่าวว่า มีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น พร้อมกับทำธุรกิจส่วนตัวควบคู่กัน เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมามีชายอ้างตัวว่าชื่อ นายโล เข้ามาทักและขอเป็นเพื่อนในบีทอล์คจึงได้พูดคุยทำความรู้จักกัน ที่ผ่านมาฝ่ายชายเคยเดินทางมาหาที่ขอนแก่น 2 ครั้ง ทราบแต่เพียงว่าฝ่ายชายเป็นชาว อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ทำธุรกิจคาร์แคร์กับครอบครัว กำลังจะขยายกิจการมาลงทุนเปิดสาขาที่ขอนแก่น แต่ยังไม่เคยไปบ้านและไม่รู้ชื่อ นามสกุลจริงของฝ่ายชาย เรียกเพียงชื่อเล่น เมื่อตัดสินใจคบหาดูใจกัน ประกอบกับ น.ส.จรรยพร ต้องการขยายกิจการ จึงตัดสินใจซื้อรถกระบะคันใหม่ เพื่อใช้งานดูแลธุรกิจร่วมกัน "รถที่ซื้อเป็นเงินและชื่อของตัวเองทั้งหมด ฝ่ายชายไม่ได้ช่วย ส่วนที่ทำให้เชื่อใจเพราะเวลาพูดคุยกัน ผู้ชายคนนี้จะพูดถึงครอบครัว พูดถึงแม่ ดูเป็นคนจริงจัง อบอุ่น รักครอบครัว แต่งตัวดี หน้าตาดี ไม่เหมือนมิจฉาชีพ เมื่อได้มาคบหาดูใจกันจึงคุยกับเขาว่าอยากซื้อรถกระบะเพื่อต่อยอดทำธุรกิจ ครั้งแรกที่ไปจองรถตั้งใจออกรถกระบะแคป ผ่านไป 2 อาทิตย์ เขาโทรศัพท์กลับมาบอกว่า แม่ให้ซื้อรถกระบะ 4 ประตู เพราะใช้งานได้มากกว่า ช่วงแรกปฏิเสธเพราะใช้เงินดาวน์ 130,000 บาท แต่มีไม่พอ เขาอ้างว่าแม่จะช่วยที่เหลือ 40,000 บาท จึงบอกฝ่ายชายว่าเงินจำนวนนี้จะเป็นเงินขอยืม หากมีเงินจะคืนให้ และเชื่อว่าไม่มีปัญหา ตัดสินใจหาฤกษ์ฤกษ์ดีออกรถเมื่อวันที่9ธ.ค.59"น.ส.จรรยพร กล่าวด้านพันตำรวจโทจิรวัฒน์ พุดซ้อน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า รับแจ้งความตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ แต่เนื่องจากระยะเวลาที่หาย 2 ชั่วโมง ทำให้น.ส.จรรยพร ยังไม่มีเอกสารสัญญาเช่าซื้อ ต้องรอให้ไฟแนนซ์ดำเนินการให้เรียบร้อย จึงจะมีอำนาจเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี"สำหรับเคสนี้ถือเป็นหายเร็ว จากการสอบถาม น.ส.จรรยพร ยังพบว่ามีข้อสงสัยที่ต้องมาให้รายละเอียดเพิ่มเติม หากมีเอกสารสัญญาเช่าซื้อแล้ว ทางตำรวจจึงรับแจ้งความ พร้อมดำเนินการสอบสวนตามกระบวนการ รวมถึงการสเก็ตหน้าคู่กรณี เนื่องจากทั้งหมดไม่รู้จักชื่อ และที่อยู่กัน จำได้เพียงหน้าตาเท่านั้น พร้อมทั้งตรวจสอบตั้งแต่บริษัทที่ทั้งหมดไปออกรถ จนถึงจุดที่อ้างว่ารถหาย" พันตำรวจโทจิรวัฒน์ กล่าว

ข่าวล่าสุด