เนชั่นทีวี

ข่าว

นำตัวผู้ต้องหาฆ่าพยาบาล ทำแผน อ้างสามีคนตายลงมือฆ่าเอง ญาติเชื่อสามีร้ายกาจ ผู้ตายเคยสั่งเสียไว้

14 ธ.ค. 2559 | nation_ent

นำตัวผู้ต้องหาฆ่าพยาบาล ทำแผน
อ้างสามีคนตายลงมือฆ่าเอง ญาติเชื่อสามีร้ายกาจ ผู้ตายเคยสั่งเสียไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00น. วันนี้(14 ธ.ค.) พ.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย รรท.ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ร่วมกันนำตัวนายนิรันดร แก้วเต๋จ๊ะ ผู้ต้องหาคดีฆ่าและอำพรางศพ น.ส.จรรจิรา เกิดแล้ว พยาบาลวิชาชีพ รพ.ดังเชียงใหม่ (รพ.มหาราชนครเชียงใหม่)

กลางสวนลำไย มาทำแผนประกอบคำสารภาพ หลังยอมรับว่าเป็นผู้ช่วยโยนน.ส.จรรจิรา เผานั่งยางในกองไฟกลางสวนลำไย อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ ซึ่งได้ให้การซัดทอดสามีของผู้ตายว่าเป็นผู้จ้างวานฆ่าโดยให้ค่าจ้างเป็นเงิน 1 แสนบาท

พ.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า นายนิรันดรให้การประกอบการทำแผนรับสารภาพในที่เกิดเหตุว่า ในวันเกิดเหตุผู้ตายและสามีได้นัดกันมายังที่เกิดเหตุซึ่งเป็นสวนลำไยที่น.ส.จรรจิรา ซื้อให้นายธนพล เพื่อตกลงปัญหาหนี้สินกัน และเรื่องชู้สาว แต่ตกลงกันไม่ได้ จังหวะเผลอ นายธนพลได้ดึงผมผู้ตายและล๊อคคอด้วยแขนข้างซ้ายทางด้านหลัง ก่อนจะบิดคอจนคาดว่าคอหัก และผู้ตายแน่นิ่งล้มลมไป จากนั้นนายธนพลได้ขับรถไปจอดไว้ที่จุดเผาศพพร้อมกับจุดไฟกองเพลิง ที่ประกอบไปด้วยยางรถยนต์ ฟืน และเศษใบไม้กิ้งไม้รอไว้

นำตัวผู้ต้องหาฆ่าพยาบาล ทำแผน
อ้างสามีคนตายลงมือฆ่าเอง ญาติเชื่อสามีร้ายกาจ ผู้ตายเคยสั่งเสียไว้



ก่อนที่จะกลับมาสั่งให้ตนช่วยกันกับผู้ต้องหาลากตัวผู้ตายไปยังจุดที่เผาศพ ที่อยู่ห่างไปราวๆ 50 เมตร แล้วโยนร่างลงกองไฟ ขณะที่โดนไฟนั้น ร่างของผู้ตายมีการกระตุกราว 2-3 ครั้ง แต่คาดว่าสิ้นใจไปแล้ว ซึ่งเริ่มต้นเผาในช่วงเวลาประมาณ 20.00น. จนถึงประมาณ 02.00น.ของวันรุ่งขึ้น ทั้งนี้พอทวงค่าจ้าง 1 แสน ปรากฏว่าสามีของผู้ตายบอกให้เอารถฮอนดาแจ๊ซของผู้ตายไป จึงได้ขับรถออกไปเพื่อนำไปขาย แต่พบว่ารถติดไฟแนนซ์ ไม่สามารถขายได้ จึงนำไปซ่อนและใช้สีสเปรย์สีดำพ่นทับเพื่ออำพลาง เพื่อที่จะหลบหนีและนำรถไปขายทางชายแดนต่อ ซึ่งนายนิรันดร์ ยังได้บอกด้วยว่า ถูกสามีของผู้ตายบังคับให้ทำเพราะมีปืน .22 อยู่ หากไม่ทำจะถูกฆ่า และได้วางแผนเรื่องนี้มาประมาณ 2 เดือนแล้ว ซึ่งตน(นายนิรันดร์ ผู้ต้องหา)รับรู้เรื่องทั้งหมดแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะน้องชายของตน กับน้องสาวของนายธนพลเป็นสามีภรรยากัน แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมด

โดยในช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวนายธนพล ปารีเสน อายุ 43 ปี สามีของผู้ตายมาให้ปากคำ แต่นายธนพลปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานเพื่อส่งศาลอนุมัติขอหมายจับนายธนพลไว้แล้ว เนื่องจากมีหลักฐานหลายประการที่เชื่อมโยงและมีพิรุธ โดยเฉพาะเอกสารส่วนตัวของผู้ตาย ซึ่งพบอยู่ในล็อคเกอร์ที่ทำงาน ที่มีข้อความบันทึกบ่งชี้ว่าเกิดความระแวงว่าจะมีคนมาทำร้าย และพบเอกสารเงินกู้ทางฝ่ายญาติสามีเป็นจำนวนหลายแสนบาท ซึ่งจะต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน เพื่อมัดตัวนายธนพลหากมีความผิดจริง ก่อนจะดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ชาวบ้านที่มามุงดูและแม้กระทั่งญาติ(ป้า) ของนายธนพลต่างเชื่อว่านายธนพลมีส่วนรู้เห็นและก่อเหตุจริง เพราะนายธนพล เคยติดคุกคดีพรากผู้เยาว์ เป็นคนนิสัยไม่ดี อันธพาล ไม่เคารพกฎหมาย และไม่ยอมทำการทำงาน รวมทั่งเจ้าชู้เป็นที่รู้กันทั่ว ชาวบ้านต่างเอือมระอา

นำตัวผู้ต้องหาฆ่าพยาบาล ทำแผน
อ้างสามีคนตายลงมือฆ่าเอง ญาติเชื่อสามีร้ายกาจ ผู้ตายเคยสั่งเสียไว้



ด้านญาติของผู้ตาย ได้เดินทางมาดูแผนครั้งนี้ด้วยจำนวน 3 คน ได้แก่ นางวิภาดา อิ่มรส และนางจารุวรรณ รั่งสันเทียะ น้องสาวของผู้ตาย และนางวันเพ็ญ เรือนสอน น้าของผู้ตาย โดยกลุ่มญาติของผู้ตายก็ได้ให้ข้อมูลว่า ฝ่ายญาติต่างไม่มีใครชอบนายธนพล เพราะได้รับทราบข่าวมาตลอดว่านายธนพลได้ยืมเงินผู้ตาย และหลอกให้ช่วยเรื่องรถยนต์ และหนี้นอกระบบ เป็นจำนวนหลายแสนบาท แต่ก็ไม่เคยคืน รวมทั้งนำเงินไปเที่ยวปรนเปรอสาว และมีเมียน้อยจนถูกจับได้หลายครั้ง ทำให้ทั้งสองคนทะเลาะและเลิกกันมาแล้วหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็กลับมาคบกันใหม่

ในช่วงหลัง น.ส.จรรจิรา ผู้ตายโทรมาระบายปัญหา ให้ญาติฟังอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเรื่องที่กังวลว่าจะมีคนมาลอบทำร้าย รวมทั้งเคยพบจดหมายขู่จะฆ่าส่งมาที่บ้าน และเคยบอกกับนางวันเพ็ญ ผู้เป็นน้าว่า หากวันใด ตนหายสาบสูญไป หรือถูกฆาตกรรม ไม่ต้องสงสัยใครอื่น นอกจากนายธนพล แต่ทางญาติก็ทำได้เพียงช่วยปลอบ และให้กำลังใจ โดยยังได้มีการส่งไลน์คุยกับนางวิภาดา ทุกวัน ล่าสุดคือเมื่อเวลา 14.00น.วันที่เกิดเหตุ(9 ธ.ค.) ผู้ตายยังส่งสติกเกอร์ไลน์มาให้ ก่อนจะเงียบหายไป จนสงสัยและติดต่อไม่ได้ เมื่อ ผ่านไป3วันจึงสอบถามไปยัง โรงพยาบาลที่ผู้ตายทำงานจึงทราบว่าผู้ตายหายไปไม่มาทำงานตั้งแต่วันที่9 แล้ว

นำตัวผู้ต้องหาฆ่าพยาบาล ทำแผน
อ้างสามีคนตายลงมือฆ่าเอง ญาติเชื่อสามีร้ายกาจ ผู้ตายเคยสั่งเสียไว้

ข่าวล่าสุด