เมื่อเวลา 11.00 น. 9 ธ.ค.2559 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตร ว่า" ที่ลำน้ำน่าน หน้าวัดท่าหลวง พระอารามหลวง นายสุรัตน์ สังข์ยัง อายุ 50 ปี ชาวบ้าน ต.ท้อแท้ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก และ นายสมจิตร เวียงอินทร์ อายุ 64 ปี อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เพื่อนร่วมอาชีพขับรถตู้รับจ้าง ได้พายเรือพลาสติกสีแดง ขนาดเล็ก 2 ฝีพาย ที่ได้รับบริจาคตอนน้ำท่วม พร้อมธงชาติ และ รูปพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมรูปเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ล่องพายเรือมาจาก เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ผ่านแม่น้ำแควน้อย เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.2559 และล่องเรือมาตามแม่น้ำน่าน
การเดินทาง เข้าสู่วันที่ 5 ของการเดินทาง ซึ่งทั้งสองคนพายเรือ มาถึง ยังหน้าวัดท่าหลวง พระอารามหลวง เพื่อแวะพักและกราบไหว้สักการะขอพร หลวงพ่อเพชร เพื่อความเป็นสิริมงคลได้รับการดูแลความปลอดภัยจากทีมกู้ภัยทางน้ำ จากมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ดูแลตลอดเส้นทางการเดินทางในพื้นที่จังหวัดพิจิตร
นายสุรัตน์ สังข์ยัง ระบุว่า ตนเองเป็นคน อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก แต่เข้าไปประกอบอาชีพขับรถตู้ที่ กรุงเทพฯ นานถึง 18 ปี ซึ่งตนได้เห็นถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ที่ ให้ความสำคัญกับทรัพยากรน้ำ ด้วยความที่เป็นคนวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการสร้างเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จนทำให้พสกนิกร ได้มีน้ำใช้ จึงเกิดความตั้งใจ จะพายเรือตั้งแต่ต้นน้ำ ของเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ไปตามแม่น้ำน่าน เพื่อไปยังจุดรวมของแม่น้ำ ปิง วัง ยม น่าน ที่ จ.นครสรรค์ และ เดินทางพายเรือต่อแม่น้ำเจ้าพระยา โดยตั้งใจจะใช้เวลา 10 วัน แต่ ด้วยการเดินทางทางน้ำ เต็มไปด้วยอุปสรรค จึงไม่ได้กำหนดการเดินทาง เพียงตั้งใจ จะไปให้ถึงทางเข้าสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
สำหรับการเดินทาง ด้วยการพายเรือ ตามแม่น้ำสายหลัก ซึ่งจะมีระยะจากเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จังหวัดพิษณุโลก เพื่อเข้าสู่กรุงเทพ ซึ่งมีระยะทาง กว่า 700 กิโลเมตร ซึ่งทั้งสอง คน ได้เดินทาง มาแล้ว กว่า 200 กิโลเมตร และจะแวะพักในเขตพื้นที่อำเภอตะพานหิน ก่อนที่จะออกเดินทางต่อไปในวันต่อไป ยังจังหวัดนครสวรรค์ ต่อไป