"ประธานศาลฎีกา"ออกข้อแนะนำผู้พิพากษา จำเลย"ผิดไม่ร้ายแรง" ให้คุมประพฤติแทนการจำคุก
08 ธ.ค. 2559 | nation_ent

8 ธ.ค. 59 - "ประธานศาลฎีกา" ออกข้อแนะนำผู้พิพากษา ใช้วิธีการรอการกำหนดโทษคุมประพฤติจำเลยที่กระทำผิดไม่ร้ายแรง
ข่าว
08 ธ.ค. 2559 | nation_ent

8 ธ.ค. 59 - "ประธานศาลฎีกา" ออกข้อแนะนำผู้พิพากษา ใช้วิธีการรอการกำหนดโทษคุมประพฤติจำเลยที่กระทำผิดไม่ร้ายแรง
นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม ได้แถลง กรณี พ.ร.บแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 25) พ.ศ. 2559 ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การรอการกำหนดโทษ การรอการลงโทษ และการกำหนดเงื่อนไข เพื่อคุมความประพฤติ
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงการลงโทษจำคุกจำเลยที่กระทำผิดไม่ร้ายแรงโดยไม่จำเป็น ซึ่งได้นำวิธีการแก้ไขฟื้นฟูจำเลยมาใช้เพื่อป้องกันไม่ให้กระทำผิดซ้ำ และกำหนดวิธีการ เยียวยาผู้เสียหายอย่างเหมาะสม โดยเป็นการกำหนดมาตรการทางเลือกอื่นนอกจากการลงโทษจำคุกและปรับ
โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวอีกว่า จากกรณีดังกล่าวนายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา ได้ออกคำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับวิธีการรอการกำหนดโทษ การรอการลงโทษและการกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมประพฤติพ.ศ. 2559 เพื่อให้ผู้พิพากษาใช้พิจารณาประกอบดุลยพินิจได้อย่างเหมาะสมแก่คดีต่างๆ โดยข้อเท็จจริงที่ศาลจะนำมาใช้ประกอบดุลยพินิจนั้นอาจได้จากการสอบถามจำเลย จากสำนวนสอบสวน หรือรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยของพนักงานคุมประพฤติ
นายสืบพงษ์ กล่าวต่อว่า การที่ศาลจะรอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษนั้น ให้มุ่งเน้นในกรณีที่เป็นการกระทำผิดครั้งแรกและจำเลยยังไม่สมควรถูกพิจารณากำหนดโทษให้เป็นมลทินติดตัว หรือหากจำเลยกระทำความผิดซ้ำแต่ยังมีเหตุที่สามารถแก้ไขปรับปรุงและกลับตัวได้ ซึ่งศาลอาจกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติ โดยเน้นการใช้มาตรการเพื่อแก้ไขฟื้นฟูและป้องกันไม่ให้จำเลยกระทำความผิดซ้ำซึ่งคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เช่น การรู้สำนึกถึงการกระทำความผิดและการชดใช้เยียวยาให้แก่ผู้เสียหายและการแก้ไขหรือบรรเทาความเสียหายที่เกิดแก่สังคมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยรวมที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำความผิด ส่วนโทษจำคุกควรนำมาใช้เมื่อจำเลยกระทำความผิดอาญาร้ายแรงและน่าจะเป็นอันตรายต่อสังคม และเมื่อต้องจำคุกก็ให้คำนึงถึงผลเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการจำคุกระยะสั้นโดยใช้การกักขังหรือลงโทษปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 หรือมาตรา 55 ประกอบด้วย ซึ่งมาตรการต่างๆ ที่ระบุไว้ในคำแนะนำฉบับนี้จะส่งผลให้จำเลยที่กระทำความผิด ที่ไม่ร้ายแรงได้รับโอกาสแก้ไขความผิดของตนโดยไม่มีมลทินติดตัว สร้างความรู้สำนึกในการกระทำความผิดให้แก่จำเลย รวมถึงเพื่อให้ศาลใช้ดุลยพินิจในการรอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษได้เหมาะสมยิ่งขึ้น