ดึง "นายทุน" ต่ออายุทีวีดิจิตอล
01 ธ.ค. 2559 | wanchat

ธุรกิจทีวีดิจิตอลที่เริ่มเห็นทุนใหญ่หนุนหลังเจ้าเดิมเพิ่มขึ้น ส่อเค้าถึงวิกฤตทีวีดิจิตอลที่ผู้ประกอบการเดิมถึงทางตันแล้วหรือไม่ ติดตามจากรายงานพิเศษ
ข่าว
01 ธ.ค. 2559 | wanchat

ธุรกิจทีวีดิจิตอลที่เริ่มเห็นทุนใหญ่หนุนหลังเจ้าเดิมเพิ่มขึ้น ส่อเค้าถึงวิกฤตทีวีดิจิตอลที่ผู้ประกอบการเดิมถึงทางตันแล้วหรือไม่ ติดตามจากรายงานพิเศษ
ทีวีดิจิตอลเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้กำลังซื้อลดลง บริษัทต่างๆจึงต้องประหยัดค่าใช้จ่าย เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายที่ถูกตัดเป็นลำดับแรก คือค่าใช้จ่ายด้านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลโดยตรง เพราะรายได้หลักของแต่ละสถานี ส่วนใหญ่มาจากค่าโฆษณา
แม้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลบางรายจะยังคงมีโฆษณาเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะมีรายได้ครอบคลุมต้นทุนค่าใช้จ่าย เพราะอัตราค่าโฆษณาของทีวีดิจิตอลในปัจจุบันค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับในอดีต และบางช่องที่มีเรตติ้งค่อนข้างสูง แต่รายได้ค่าโฆษณากลับโตสวนทางกับเรตติ้ง
ปัจจุบันสถานการณ์ของผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลยังคงไม่ดีขึ้น ผู้ประกอบการหลายรายยังคงประสบปัญหาการขาดทุน และหนึ่งในทางเลือกที่มีอยู่คือการหาพันธมิตรที่มีฐานะการเงินมั่นคงมาร่วมถือหุ้น เพื่อดำเนินธุรกิจต่อไป และหนึ่งในนักธุรกิจที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลเร่ขายกิจการให้มากที่สุด น่าจะเป็นวิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของกลุ่มบริษัท King Power หนึ่งในบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งที่สุดของไทยในเวลานี้
ในช่วงที่ผ่านมาช่องแกรมมี่เคยยื่นข้อเสนอขายกิจการให้เจ้าพ่อ King Power เช่นกัน แต่ข้อเสนอดังกล่าวได้รับการปฏิเสธ โดยวิชัยให้เหตุผลว่าไม่ต้องการลงทุนในธุรกิจทีวีดิจิตอล เพราะเป็นธุรกิจที่มองไม่เห็นอนาคต และผู้บริโภคยุคใหม่เลือกรับข้อมูลข่าวสารจากช่องทางอื่น ส่งผลให้จำนวนผู้ชมทีวีลดลงอย่างชัดเจน
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลอย่างน้อยสองรายประสบความสำเร็จในการหาพันธมิตรที่มีความพร้อมทางการเงินมาร่วมดำเนินงานแล้ว คือช่องอัมรินทร์ทีวี ซึ่งได้บริษัทวัฒนภักดีมาร่วมถือหุ้นในสัดส่วน 47.62% โดยที่ผู้ก่อตั้งคือกลุ่มอุทกะพันธุ์ยอมลดสัดส่วนหุ้นเหลือ 30.83% จาก 58.87% เพื่อเป็นการประคองธุรกิจทีวีดิจิตอลให้สามารถอยู่ในสนามแข่งขันได้ต่อไปล่าสุดคือช่องวันของกลุ่มแกรมมี่ ซึ่งได้บริษัท ประนันท์ภรณ์ของกลุ่มปราสาททองโอสถ มาร่วมถือหุ้นในสัดส่วน 50% โดยจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ของไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ยอมลดสัดส่วนหุ้นเหลือ 25.50% และบอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ ลดสัดส่วนหุ้นเหลือ 24.50% จากเดิม 49%เชื่อแน่ว่าหลังจากนี้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลรายอื่นจะต้องมีการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น เพื่อดึงพันธมิตรรายใหม่ที่มีความแข็งแกร่งเข้ามาร่วมดำเนินการ เช่นเดียวกับช่องอัมรินทร์ทีวีและช่องวัน เพื่อประคองธุรกิจทีวีดิจิตอลอยู่ในสนามแข่งขันได้ต่อไป