หลังจาก นายชัยเดช เพ็ชรปานกัน หรือใหญ่ อายุ 35 ปี เป็นพี่ชายของ ส.ต.ต.วิฑูรย์ เพ็ชรปานกัน ร่วมกันวางแผนปล้นเงินจำนวน 5 ล้านบาท หนีไม่รอด ถูกตำรวจจับกุมได้สำเร็จ เปิดใจถึงการนำถุงเงินที่ปล้นได้ มาทิ้งในน้ำ ซึ่งเป็นบึงขนาดใหญ่ ใกล้บ้านภรรยาตัวเองว่า ต้องการจะซ่อนเงินที่ปล้นมาได้เพื่อไม่ให้ใครรู้ หากเวลาผ่านไปเนิ่นนานก็จะเก็บขึ้นมาใช้ชัยเดช เพ็ชรปานกัน ผู้ต้องหารายสำคัญ เปิดเผยถึงสาเหตุการปล้นเงินจากเจ้าหน้าที่ พนักงานขนเงินที่นำเงินมาใส่ตู้เอทีเอ็ม แบงก์กรุงไทย ว่า อยากได้เงิน ส่วนที่ใช้อาวุธยิงไปนั้น ก็เพราะว่า ต้องการ ขู่ให้พนักงานขนเงินกลัว และต้องการเปิดเส้นทางนำถุงเงินหลบหนี
คดีนี้ พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา รรท.ที่ปรึกษาสบ.10 บอกว่า คนร้ายทั้งหมดให้การรับสารภาพ ปฎิบัติการปล้นเงินครั้งนี้ นายชัยเดช ผู้ลงมือก่อเหตุ ได้วางแผนมาเกือบ 1 เดือน โดยได้ปรึกษาน้องชายคือ ส.ต.ต.วิฑูรย์ ให้ช่วยวางแผน ซึ่งเงินที่ได้มา วางแผนว่าจะนำไปซื้อยาบ้า เพื่อทำการฟอกเงิน เพราะหากใช้เงินที่ชิงทรัพย์มาจากธนาคาร อาจถูกตรวจสอบ หมายเลขธนบัตรได้ ขณะนี้ ผู้ต้องหาอีก1 รายทำหน้าที่พาคนร้ายไปซื้อซิมโทรศัพท์ ล่าสุด ประสานเข้ามอบตัวแล้ว ส่วนเงินที่คนร้ายปล้นทรัพย์ไปนั้น ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เงินคืน 4,948,600 บาท ขาดไป 181,400 บาท ส่วนที่ขาดไปแสนกว่าบาทนั้นผู้ต้องหารับว่า ได้ใช้จ่ายไปแล้ว