ได้ร่วมกันสอบปากคำ นาง มากิ ทาคาฮาชิ อายุ44ปี สาวชาวญี่ปุ่นที่ตกเป็นผู้ต้องหาตามความผิด พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535และ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 (ฉบับ3)พ.ศ.2547มาตรา23ประกอบกับมาตรา24ฐานส่งออกสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์ป่าชนิดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยไม่ได้รับอนุญาต พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ร.บ.2558 และ พ.ร.บ. ศุลกากร2469 มาตรา27
เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้ขณะที่ผู้ต้องหารายนี้กำลังเข็นรถเข็นบุตรชายวัยหกเดือนกำลังขึ้นเครื่องบิน สายกรบินไทย เที่ยวบินที่TG 640 เดินทางไปสนามบินโตเกียว ในเวลา21.50น. ซึ่งภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจค้นสัมภาระกระเป๋าได้พบสิ่งของต้องสงสัยเป็นสิ่งมีชีวิตซุกซ่อนในกระเป๋าของผู้ต้องหารายนี้เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวมาทำการตรวจสอบพบว่าภายในกระเป๋าสัมภาระดังกล่าว มีเต่านาอยู่จำนวน16ตัว เต่าหับ7ตัว เต่าอัลลิเกเตอร์4ตัว เต่าจักร2ตัว เต่าIndian roof turleจำนวน3ตัว ตัวเงินตัวทอง8ตัว กิ่งก่าจระเข้ จำนวน15ตัว ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสัมภาระใบดังกล่าว จึงคุมตัวพร้อมของกลางมาทำการสอบสวนที่โรงพัก สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
จากการสอบสวนนาง มากิ มาคาฮาชิ ผู้ต้องหาได้ให้การรับว่ากระเป๋าดังกล่าวเป็นของตนเองจริงโดยอ้างว่ามีชายชาวเอเชียมาว่าจ้างราคา1แสนเยน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 3 หมื่นบาท ให้นำกระเป๋าดังกล่าวเดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นโดยที่ตนไม่ทราบว่าภายในบรรจุอะไร ส่วนสาเหตุที่รับจ้างทำนั้น เนื่องเห็นว่าเป็นงานเบาและไดเงินดี อีกทั้งขณะนี้ตนต้องการใช้เงินในการเลี้ยงดูลูกชายวัย6เดือนซึ่งถูกอดีตสามีทิ้งไปจึงได้รับจ้างดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาต่อผู้ต้องหาพร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่สถานฑูตญี่ปุ่นเพื่อแจ้งสิทธิให้ทราบ โดยในเบื้องต้นพร้อมติดต่อแจ้งญาติและเตรียมนำหลักทรัพย์ขอประกันตัวเนื่องจากเห็นว่ามีบุตรยังเล็กอีกทั้งคดีดังกล่าวสามารถขอประกันตัวได้