เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อปวงชนชาวไทยมาตลอดระยะเวลาการครองราชย์ตลอด 70 ปี นักศึกษาและคณะครูอาจารย์ได้ร่วมแปรอักษรเป็นรูป เลข ๙ อยู่กึ่งกลางเพชร สื่อความหมาย ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสถิตอยู่ในดวงใจของชาวมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตลอดจิรัฐิติกาล ซึ่งกิจกรรมประกอบด้วยยืนตรงเคารพธงชาติ เพื่อนำธงชาติลงจากกึ่งกลางเสาธง จากนั้นจุดเทียนและร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อเป็นการถวายความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นยืนไว้อาลัยเป็นระยะเวลา 89 วินาทีอย่างพร้อมเพียง
ด้าน ผศ.ดร.บุญรอด วุฒิศาสตร์กุล รองอธิการบดีอาวุโสด้านกิจการพิเศษ กล่าวว่า จัดขึ้นเพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยแปรอักษรเป็นสัญลักษณ์หมายเลข 9 ภายในเพชร แม้จะดูเป็นชุดกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้แรงกาย แต่ในความเป็นจริงนั้นต้องอาศัยความสมัครสมานสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และแสดงความอาลัยของนักศึกษาและครูอาจารย์ แม้ไม่ยิ่งใหญ่แต่หัวใจก็เต็มไปด้วยความรักและจงรักภักดี ถวายแด่พระราชาผู้ทรงธรรม ครองปวงชนชาวไทยและทรงสถิตมั่นในดวงใจพสกนิกรของพระองค์ ประชาชนทุกคนต่างรู้สึกเศร้าโศกเสียใจ และรำลึกถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ เมื่อครั้งยังมีพระชนมชีพ ตลอดจนเตือนสติและให้กำลังใจคนไทยด้วยกัน
ขณะที่ นางสาวกัญญ์ปภัส ดำเพชร อายุ 18 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะบัญชี กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมพิธีถวายความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ เนื่องจากพระองค์ท่านเหนื่อยจากพระราชกรณียกิจที่ทำเพื่อพวกเราเสมอมา โดยพระองค์ทำทุกอย่างโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนเพื่อพวกเรา พระองค์ทำไปเพราะรักพวกเรา อยากให้ประชาชนทุกคนสุขสบายไม่ว่าจะยากแค่ไหน พวกเราจึงรักพระองค์
นางสาวปรารถนา ปากพลีนอก อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะบัญชี กล่าวว่า พระองค์เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตให้กับประชาชน ทั้งในเรื่องของการประหยัด การอดออม และความพอเพียง นอกจากนี้พระองค์ยังเป็นแบบอย่างให้เห็นถึงความรักที่มีต่อครอบครัวที่พระองค์ปฏิบัติต่อองค์สมเด็จย่า เป็นแบบอย่างให้กับประชาชนชาวไทยได้ปฏิบัติตาม ที่ผ่านมาพระองค์ท่านทำทุกอย่างเพื่อประชาชนมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นที่ทุรกันดารแค่ไหนพระองค์ก็เสด็จไปทุกที่ ทุกอย่างที่ต้องทำเพื่อประชาชน ทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้