เข้าร้องเรียนกับทางกองบังคับการปราบปรามให้ช่วยติดตามหาตัว น.ส.นันทิยา บุตรสาวหลังหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยกว่า 1 ปี ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีกองบังคับการปราบปรามได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านพฤกษาวิลเลจ ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ต.บางสีทอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นบ้านพักเก่าที่นายซีม่อน กับ น.ส.นันทิยา และนายเบน นามสมมุติ บุตรชาย ได้เช่าพักอาศัยรวมอยู่ด้วยกันเป็นที่สุดท้าย ก่อนที่นายซีม่อนและบุตรชายจะย้ายไปพักอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านภัทรวรรณ ย่านบางบังทองในภายหลัง เพื่อสืบหาเบาะแสการหายตัวไปของ น.ส.นันทิยา แต่ก็ยังไม่พบวี่แวว ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 16 พ.ย. ที่ กองบังคับการปราบปราม พ.ต.อ.อรุณ วิชรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า ภายหลังจากที่มีการเข้าตรวจสอบภายบ้านพักหลังหนึ่งย่านบางกรวย ของนายซีม่อน กับ น.ส.นันทิยา และนายเบน นามสมมุติ บุตรชาย ที่ได้เช่าพักอาศัยรวมอยู่กันก่อนหน้าที่ น.ส.นันทิยา จะหายตัวไปแต่ยังไม่พบความผิดปกติใดๆนั้น เบื้องต้นขณะนี้ได้มีการประสานไปยังสถาบันนิติเวชร่วมถึงตำรวจภูธรภาคต่างๆเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับศพไร้ญาติ เพราะจากการสันนิษฐานจากข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้มีความเป็นไปได้สูงว่า น.ส.นันทิยา น่าจะเสียชีวิตแล้ว แต่ยังไม่สามารถระบุแน่ชัดได้ ซึ่งสอดคล้องกับผลการตรวจสอบข้อมูลการเคลื่อนไหวทั้งทางการเงิน ข้อมูลโทรศัพท์ และข้อมูลอื่นๆ ของน.ส.นันทิยา ที่พบว่าไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆมานานหลายเดือน ซึ่งผิดปกติของคนทั่วไป พร้อมกันนี้ยังได้ประสานติดต่อไปยัง น.ส.บี นามสมมุติ ซึ่งเป็นภรรยาอีกคนหนึ่งของนายซีม่อน เพื่อขอสอบปากคำเกี่ยวคดีการหายตัวไปของ น.ส.นันทิยา ในฐานะพยาน อีกด้วย
พ.ต.อ.อรุณ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีประสานขอเครื่องมือและอุปกรณ์ตรวจสสารทางธรณีวิทยา เพื่อนำมาใช้ในการตรวจสอบหาสสารมวลกระดูก ภายในบ้านพักย่านบางกรวยอีกครั้ง โดยจะปูพรมตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อความแน่ชัดว่าภายในบ้านดังกล่าวไม่มีศพหรือชิ้นส่วนมนุษย์ถูกฝังซ่อนเร้นอำพรางใต้พื้นดินแต่อย่างใด รวมถึงได้สั่งการให้ตรวจสอบประวัติการเดินทางเข้าออกประเทศของ น.ส.นันทิยา อย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้จากการตรวจสอบข้อมูลทางเอกสารยังไม่พบประวัติการเข้าออกแต่อย่างใด แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นในส่วนของการลักลอบข้ามฝั่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านผ่านทางช่องทางธรรมชาติ รวมถึงเตรียมประสานขอข้อมูลกับทางประเทศเพื่อนบ้านว่า น.ส.นันทิยา ได้ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมในคดียาเสพติดจริงตามที่นายซีม่อนกล่าวอ้างหรือไม่ ทั้งนี้ หากบุคคลใดที่มีข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับการหายตัวไปของ น.ส.นันทิยา นั้นสามารถติดต่อเข้าให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามได้ทุกเวลา
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันเดียวกัน น.ส.เอ นามสมมุติ อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นภรรยาอีกคนหนึ่งของนายซีม่อน อดีตสามีของ น.ส.นันทิยา ได้เดินทางเข้าพบ พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อเข้าให้ปากคำในคดีการหายตัวไปของ น.ส.นันทิยา ในฐานะพยาน โดยใช้เวลาในการให้ปากคำนานร่วม 3 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จก่อนจะรีบเดินทางกลับบ้านในทันที โดยจากคำให้การของ น.ส.บี นั้นยืนยันว่าไม่เคยรู้จักหรือพบเห็น น.ส.นันทิยา มาก่อน ซึ่งเพิ่งจะมาทราบเรื่องในภายหลังว่า นายซีม่อนนั้นมีภรรยาคนไทยอีกคน เพราะตัวเองนั้นก็เพิ่งจะมารู้จักกับนายซีม่อน ได้ไม่นาน จึงยังไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับตัวนายซีม่อนเท่าใดนัก และไม่ทราบว่านายซีม่อน มีอาชีพอะไร รู้เพียงแต่ว่าจะมีญาติส่งเงินมาให้ใช้เป็นประจำครั้งละประมาณ 2-3 หมื่นบาท รวมถึงช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันนั้นนายซีม่อน ไม่เคยแสดงพฤติกรรมความรุนแรงออกมาให้เห็นแต่อย่างใด นอกจากนี้ น.ส.บี ยังยืนยันอีกด้วยว่า ตัวเองนั้นไม่ได้เป็นต้นเหตุเรื่องชู้สาวซึ่งชนวนเหตุของการลงมือฆ่านายเฮลิยาฮู โคเฮน อายุ 63 ปี อดีตนายตำรวจอิสราเอล ผู้เสียชีวิต เนื่องจากไม่เคยรู้จักหรือพบเห็นนายเฮลิยาฮู ผู้ตายมาก่อน