พ.ต.อ.สมพงศ์ เปิดเผยว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจาก มีผู้เสียหายรวมกว่า 21 คน เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ น.ส.วิรงรอง ทองจืด และ ส.ต.ต.กิตติภณ อินทรสกุล ซึ่งได้ร่วมกันกระทำความผิดโดยร่วมกันหลอกลวง น.ส.กมลวรรณ หนูดำ พร้อมพวกรวม 21 คน ให้ร่วมลงทุน ด้วยการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนใน แอพพลิเคชั่น "เฟซบุ๊ก" โดยหลอกลวงว่าจะนำเงินไปลงทุนแต่ไม่ได้นำเงินไปลงทุนจริงตามที่แจ้ง และจะมีการจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุน ในอัตราที่ผู้ต้องหากับพวกรู้หรือควรรู้ว่าตนไม่สามารถประกอบกิจการใดๆโดยชอบด้วยกฎหมาย ที่จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนพอเพียงที่จะนำมาจ่ายในอัตรานั้นได้ จากนั้นผู้เสียหายหลงเชื่อจึงเข้าร่วมลงทุนดังกล่าว โดย น.ส.วิรงรอง และ ส.ต.ต.กิตติภณ ได้ตั้งแอพพลิเคชั่นไลน์กลุ่มชื่อ "ออมหุ้น By Looknok " แล้วเชิญเหล่าผู้เสียหาย เข้าร่วมในไลน์กลุ่มดังกล่าว
พ.ต.อ.สมพงศ์ เปิดเผยอีกว่า บรรดาผู้เสียหายเข้าร่วมในไลน์กลุ่มดังดังกล่าว ก็พบว่าการโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ต้องหาที่ น.ส.วิรงรอง และ ส.ต.ต.กิตติภณ รวมถึงมีชื่อผู้ต้องหารายที่ 3 คือ นายนุอา รังสรรค์ เพื่อร่วมลงทุนตามที่พวกเขาเข้าร่วมลงทุนในแต่ละรอบ โดยผู้เสียหายบางรายได้รับเงินปันผลแล้วร่วมลงทุนต่อ จนกระทั่งต่อมาไม่ได้รับเงินปันผล บางรายร่วมลงทุนแล้วไม่ได้รับเงินปันผลเลย ซึ่งต่อมา น.ส.วิรงรอง และ ส.ต.ต.กิตติภณ ก็ไม่จ่ายเงินคืนเงินต้นของผู้เสียหาย รวมเป็นเงิน 6,647,885 บาทคืนให้ กลุ่มผู้เสียหายจึงแจ้งความร้องทุกข์ห้ทำการสอบสวนดำเนินคดีกับ น.ส.วิรงรอง และ ส.ต.ต.กิตติภณ และ นายนุอาร์ เป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่เปิดในนามตนเอง แล้วมอบให้ น.ส.อัสมา หมีนสุก ผู้ต้องหาที่ 4 ไปใช้ในการทำธุรกรรมโอนเงินทางอิเล็กโทรนิกส์ และรับว่าได้รับเงินโอนจาก น.ส.วิรงรอง ส่วน น.ส.ดาริกา เดชสี ผู้ต้องหาที่ 5 นั้น ได้มี น.ส.อัสมา โอนเงินที่ได้รับโอนมาจาก น.ส.วิรงรอง ไปยังบัญชีธนาคารของตัวเอง ก่อนจะสามารถสืบสวนจับกุม น.ส.ดาริกา พร้อมพวกตามลำดับ ได้ที่ อ.หาดใหญ่ อ.ระโนด อ.คลองหอยโข่ง จว.สงขลา ,อ.ควนขนุน ,อ.เขาชัยสน ,อ.ปากพะยูน อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง ,อ.ถลาง จว.ภูเก็ต และ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ซึ่งเกี่ยวเนื่องกัน
จากการสอบสวน น.ส.ดาริการ ยังให้การวกไปวนมาเรื่องที่มาที่ไปของยอดเงิน 120 ล้านบาท ที่หมุนเวียนอยู่ในบัญชี และเชื่อว่าน่าจะมีการโอนย้ายเงินสดบางส่วนไปเก็บไว้ที่อื่นด้วย เพราะทราบว่าได้ไปสร้างบ้านที่จ.พิจิตร ด้วยรวมทั้งมีภาพที่แม่ของ น.ส.ดาริกา ถือเงินปึกใหญ่นับล้านบาทที่มีการแชร์กันในกลุ่มด้วยซึ่งต้องสอบสวนขยายผลต่อไป
ทั้งนี้เครือข่ายธุรกิจแชร์ลูกโซ่กลุ่มนี้มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 คน ถูกจับไปแล้ว 4 คนคือ น.ส.วิรงรอง ทองจืด และ ส.ต.ต.กิตติภณ ซึ่งเป็นสามีของ น.ส.วิรงรอง ,น.ส.อัสมา หมีนสุก และนายนุอาร์ รังสรรค์ สามีของ น.ส.วิรงรอง และคนสุดท้ายคือ น.ส.ดาริกา ซึ่งเป็นการปิดฉากธุรกิจเครือข่ายแชร์ลูกโซ่กลุ่มนี้ลงได้
รายงานข่าวแจ้งว่าหลังจากที่ใช้เวลาสืบสวนหาเบาะแสมานาน 1 เดือน กระทั่งพบว่าพักอยู่ที่บ้านเลขที่ 16 หมู่3 ต.บ้านหลวง อ.ดอนตูม จ.นครปฐม จึงได้เข้าจับกุมตามหมายจับของศาล จ.สงขลา ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนฯร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และควบคุมตัวมาสอบสวนขยายผลที่ศูนย์ประสานงานกองกำกับการ6 กองบังคับการปราบปรามจ.สงขลา ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ โดยน.ส.ดาริกา อายุ 22 ปี แต่เป็นเบอร์หนึ่งและเป็นเจ้าแม่ของเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ระดับประเทศ เพราะจากแนวทางการสอบสวนเส้นทางการเงินของเครือข่ายธุรกิจแชร์ลูกโซ่พบว่าทุกบัญชีถูกโอนเข้าบัญชีของ น.ส.ดาริกา เป็นปลายทางสุดท้ายวงเงิน 120 ล้านบาท