เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 นายธนกฤต ฉันทะจำรัสศิลป์ นายอำเภอปาย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ตนและคณะได้เดินทางไป ตรวจเยี่ยมประชาชนเมืองแปงที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก เข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร โดยก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 ได้เกิดฝนตกหนัก บริเวณบ้านวัดจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเขตรอยต่อกับ ตำบลเมืองแปง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และเป็นเทือกเขาต้นแม่น้ำแปง และต้นแม่น้ำสบสา ฝนได้ตกหนักมากจึงเกิดการสะสมมวลน้ำ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลบ่าลงมาบรรจบกับแม่น้ำปาย ที่ตำบลเมืองแปง
ประกอบกับฝนได้ตกหนักที่อำเภอปาย ตั้งแต่เวลา 19.00 น. แต่เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.ได้เกิดเหตอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากท่วมพื้นที่การเกษตร ซึ่งชาวอำเภอปายได้ปลูกไร่กระเทียม และได้ลงมือปลูกได้เพียง 5-10 วัน ซึ่งการปลูกกระเทียม 1 ไร่ ต้องลงทุน รวมค่าใช้จ่ายในการปลูกกระเทียมไร่ละ 23,500 บาท โดยมีชาวตำบลเมืองแปงได้รับความเสียหายจำนวน 4 หมู่บ้าน ดังนี้ 1.บ้านเมืองแปง หมู่ที่ 1 ตำบลเมืองแปง ได้รับความเสียหายจำนวน 200 ไร่ จำนวน 95 ราย 2.บ้านใหม่ดอนตัน หมู่ที่ 2 ตำบลเมืองแปง ได้รับความเสียหายจำนวน 150 ไร่ จำนวน 50 ราย 3.บ้านสบสา หมู่ที่ 4 ตำบลเมืองแปง ได้รับความเสียหายจำนวน 150 ไร่ จำนวน 50 ราย 4.บ้านห้วยผักห้า หมู่ที่ 6 ตำบลเมืองแปง ได้รับความเสียหายจำนวน 120 ไร่ จำนวน 11 ราย รวมกระเทียมได้รับความเสียหายจำนวน 620 ไร่ จำนวน 206 ราย รวมค่าเสียหายทางการเกษตรประมาณ 14,57,000 บาท
เหตุอุทกภัยดังกล่าว ประชาชนชาวเมืองแปงไม่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต สัตว์เลี้ยง เช่น วัว ควาย ไม่ได้รับความเสียหาย แต่จากการเกิดอุทกภัยทำให้ทรายและหินเกิดการทับถมบนพื้นที่เพาะปลูกกระเทียม สูงเฉลี่ยประมาณ 1 เมตร ซึ่งจะต้องกำจัดออกจากพื้นที่จึงจะทำการเพาะปลูกกระเทียมใหม่ได้และยังได้ฝังกลบเครื่องมือทำการเกษตร เช่น เครื่องวิดน้ำ ท่อวิดน้ำ รถไถนา ทำให้ชาวบ้านได้รับความเสียหาย ต้องรวมแรงกันขุดหาเครื่องมือทางการเกษตรดังกล่าว ส่วนความเสียหายทางด้านสาธารณูปโภค ได้รับความเสียหายดังนี้ 1.สะพานไม้ จำนวน 2 แห่ง , 2.ถนนคอนกรีต 1 สาย ระยะทางประมาณ 30 เมตร 3.ฝายไม้กั้นน้ำ จำนวน 5 แห่ง 4.มีต้นไม้ กิ่งไม้ หิน ทราย และเศษวัสดุ กีดขวางทางน้ำ จำนวน 10 แห่ง รวมค่าเสียหายด้านสาธารณูประโภคประมาณ 3,000,000 บาท รวมค่าเสียหายด้านการเกษตรและค่าเสียหายด้านสาธารณูประโภคประมาณ 17,570,000 บาท