โดยเกษตรกรชาวนาที่ยึดตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ปลูกข้าวแบบพอเพียงจากจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดอุทัยธานี ประกอบไปด้วย ข้าวหอมปทุมเทพ ข้าวขาวตาเคลือบ ข้าวหอมมะลิ105 ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวหอมนิลต้นเขียว ข้าวเหนียวก่ำกาดำ ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวกล้องพันธุ์กอใหญ่ ข้าวกล้องมะลิ ราคาตั้งแต่กิโลกรัมละ 30 ถึง 70 บาท โดยมีประชาชนให้ความสนใจ และซื้อเป็นจำนวนมาก
นางกนกพร ดิษฐ์กระจันทร์ เกษตรกรชาวนาจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรกรที่ปลูกข้าวเคมีทั่วไปได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากราคาข้าวเปลือกขณะนี้ถูกมากกิโลกรัมละ 5 บาท ซึ่งทางกลุ่มของเราได้ปลูกข้าวอินทรีย์ ปลอดจากสารเคมี และอยากจะให้ประชาชนได้รับประทาน ในราคาที่ไม่แพงจึงได้นำ สินค้ามาขาย ที่ตลาดนัด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต และมีประชาชนให้ความสนใจจำนวนมาก เป็นการช่วยระบายข้าวให้กับเกษตรกร
ซึ่งสิ่งที่เกษตรกรกลุ่มของตนได้ทำนั้น ได้เกิดมาจากแนวทางพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลักเศรษฐกิจพอเพียง โดย ผลิตข้าวไว้สำหรับรับประทานเอง โดยเริ่มจาก ปลูกในสิ่งที่เรากินและกินในสิ่งที่เราปลูกก่อน หากเหลือแล้วเราจึงนำไปขาย เมื่อทางที่ทราบว่าพระองค์ได้เสด็จสวรรคต เกษตรกรอย่างเรารู้สึกใจสลาย สิ่งที่เรายึดเหนี่ยวมาโดยตลอด ได้หายไปแต่ เรายังยึด คือสิ่งที่พระองค์ได้เคยสอนไว้ มาใช้ในชีวิตประจำวันตลอด
ส่วนนายทองแดง ชมภูกาศ เกษตรกรชาวนาจังหวัดอุทัยธานี กล่าวว่า ถ้าเกษตรกรชาวนาท่านอื่นสนใจที่จะขายข้าวเองโดยไม่ผ่าน พ่อค้าคนกลางนั้น จะต้องศึกษาถึงกระบวนการต่างๆ และระยะเวลาในการเก็บข้าว เพื่อที่จะขายข้าวในช่วงที่ข้าวได้ราคาดี โดยช่วงที่ขายข้าวได้ราคาดี รวมถึงต้องคำนึงถึงตลาดว่าตลาดในช่วงเวลานั้นต้องการข้าวชนิดอะไร นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงการแพคเกจ และการตลาดเพื่อที่จะนำไปขายได้ราคาที่เหมาะสมต่อไป