เนชั่นทีวี

ข่าว

บุรีรัมย์ เหยื่อแชร์บ้านก้อย ร้องถูกโกงเงิน 20 ล้านบาท

04 ต.ค. 2559 | krissana

บุรีรัมย์ เหยื่อแชร์บ้านก้อย ร้องถูกโกงเงิน 20 ล้านบาท

เหยื่อแชร์บ้านก้อยบุรีรัมย์ ที่ถูก "เจ้ก้อย" เท้าแชร์หลอกโกงเงินกว่า 20 ล้าน บุกร้องผู้การตำรวจ เร่งรัดคดี หลังเข้าแจ้งความนานกว่า 5เดือนไม่คดีคืบหน้า ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนและรวบรวมพยานหลักฐานส่งอัยการจังหวัดแล้วในวันเดียวกันกรณีที่ชาวบ้าน พนักงานบริษัทและข้าราชการจากหลายอำเภอ 11 คนเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.เนตรนภา ธนบดีกุลพิศาล อายุ 29 ปี หรือ "เจ๊ก้อย" เท้าแชร์ โดยกล่าวหาว่าได้หลอกลวงให้ร่วมเล่นแชร์ชื่อ "แชร์บ้านก้อย" แล้วถูกโกงเงินรายละหลักหมื่นถึงหลักล้านบาท มีผู้เสียหายทั้งหมด 71 คน รวมเป็นเงินกว่า 20 ล้านบาท ได้เข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อให้เร่งรัดคดีหลังจากได้เข้าแจ้งความตั้งแต่เดือน พ.ค.2559 ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ผ่านมากว่า 5 เดือนแล้ว คดียังไม่คืบหน้าพ.ต.อ. สุรพล มุ่งมา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นตัวแทนผู้บังคับการ มารับหนังสือร้องจากกลุ่มผู้เสียหาย พร้อมชี้แจงว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการอย่างเต็มที่แต่เนื่องจากคดีดังกล่าวมีผู้เสียหายหลายคนและอยู่ต่างท้องที่กัน จึงต้องใช้เวลาในการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน และจากการสอบถามพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี โดยล่าสุดวันที่ 3 ต.ค. พนักงานสอบสวนได้ทำการสรุปสำนวนและรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้อัยการจังหวัดแล้วส่วนจะพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทางอัยการ นางศิริรัตน์ บุญทา อายุ 33 ปี ชาว ต.นิคม อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ประกอบธุรกิจส่วนตัว หนึ่งในผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อแชร์บ้านก้อย บอกว่า ได้รู้จักกับ น.ส.เนตรนภา หรือ เจ้ก้อย มาหลายปีแล้ว จึงเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจพอ ประกอบกับครอบครัวของ น.ส.ก้อย ก็มีฐานะพอสมควร เมื่อมาชักชวนให้ร่วมลงทุนโดยบอกเพียงว่าหากนำเงินมาร่วมลงทุนก็จะได้ผลตอบแทนร้อยละ 10 ต่อสัปดาห์ แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดว่าลงทุนทำอะไร ซึ่งตนเห็นว่ามีผลตอบแทนดีจึงได้นำเงินที่มีอยู่มาร่วมลงทุนด้วย ช่วงแรกๆ ก็ได้ผลตอบแทนตามที่อ้างจริง แต่ระยะหลังได้กู้ยืมนอกระบบมาร่วมลงทุนจำนวนมากขึ้นถึง 720,000 บาท กลับเริ่มบ่ายเบี่ยงอ้างนู้นอ้างนี้ เมื่อสอบถามสมาชิกที่ร่วมเล่นแชร์บ้านก้อยอีกหลายคน ก็บอกว่าถูกหลอกลักษณะเดียวกัน จึงได้เข้าแจ้งความแต่คดีไม่คืบหน้า จึงได้พากันเข้าร้องเรียนที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ให้ช่วยเหลือเร่งรัดคดีให้เพื่อจะได้นำเงินที่ถูกหลอกคืนจะได้นำไปใช้หนี้สินที่กู้ยืมมาและอยากให้ดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย จะได้ไม่ไปหลอกลวงคนอื่นอีก

ข่าวล่าสุด