ไม่ว่าใบหน้าและเสียงตะโกนของเธอจะหวานแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้ช่วยเรียกลูกค้ามากนักในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี้ แต่เธอก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งวิธีการตลาดแบบแบกะดินแบบนี้เพื่อความอยู่รอด สำหรับ "กวาง" กุลวดี นาคประเสริฐ และเพื่อนๆ ของเธอ นี่คือโลกใหม่ของการหารายได้
แอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า บิโก้ไลฟ์ (BIGO Live) ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของคนไทยไม่น้อย จากคนที่ต้องหาเช้ากินค่ำกลายเป็น ไอดอล ที่มีแฟนคลับเป็นล้านคนทั่วโลก และสิ่งที่มาพร้อมกับความความชื่นชอบก็คือรายได้
Bigo Live ซึ่งมีจุดกำเนิดในประเทศสิงคโปร์เมื่อต้นปีนี้ ทำให้ใครก็ตามที่มีสมาร์ทโฟนและอินเตอร์เน็ต สามารถทำให้ตัวเองกลายเป็นไอดอลได้ชั่วข้ามคืน
Bigo Live คือช่องทางการถ่ายทอดสดที่ทุกคนก็สามารถเป็นดาราได้นั่นเอง หรืออย่างน้อยก็ทำให้ใครก็ตามที่เข้าไปแสดงความเป็นตัวตนของตัวเองมีรายได้
"ก็ได้ประโยชน์จากการที่เรามาขายโน้ตบุคมือสองด้วย เพราะเราได้โปรโมทของของเราไปในตัวด้วย เพราะแอพนี้มีคนดูเยอะและเข้าถึงคนง่ายกว่าแอพทั่วไป เพราะแค่ออนไลน์แปบเดียวก็มีคนเข้ามาดู 400-500 คนแล้ว ทั้งที่เราขายของอยู่กับที่ บางทีคนเข้ามาดูของเราไม่ถึงขนาดนั้นเลยด้วยซ้ำ และคนดูก็ดูได้ทุกจังหวัด แต่การออกบูธคนจะเห็นแค่จุดจุดเดียว แต่ในโซเชียล เราไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนบ้างด้วยซ้ำ เขาก็จะมาถามว่าขายอะไรที่ไหน ส่งไปรษณีย์ เราก็จะได้โฆษณาของของเราไปด้วย" กุลวดี นาคประเสริฐ กล่าว
กุลวดี บอกกับ PRIMETIME ว่า ในเธอเคยเป็นพริตตี้งานแสดงรถยนต์ อย่าง มอเตอร์โชว์และมอเตอร์เอ็กซโปร์ ก่อนผันตัวเองมาจับธุรกิจขายโน้ตบุคมือสอง แต่งานที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเธอคือ การเป็น วีเจในบิโก้ไลฟ์ เพราะฉะนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจถ้าผู้คนที่เดินผ่านไปมาจะเห็นแม่ค้าคนนี้นั่งอยู่หน้าโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานๆ"ที่มาเล่น BIGO LIVE เพราะเห็นคนอื่นเขาเล่น เพราะมันเป็นแอพที่เราเสียเวลากับมันแล้วมันมีรายได้กลับมา เพราะถ้าเราเล่นเกมในมือถือก็แค่เป็นการเล่นไปวันวัน แถมยังต้องเสียเงินให้เขาอีก ก้ถ้ามีคนมาชอบเราเยอะเราจะได้เงินด้วย เราก็จะได้รายได้จากตรงนี้ด้วย การทำงานก็เหมือนทำงานเป็นพริตตี้ที่จะมีโมเดลลิ่ง เขาก็จะมาดึงให้เราไปเป็น VJ ของแอพต่างๆ มีรายได้เท่าไร ขั้นต่ำเท่าไร เราต้องทำยอดตามนั้นรายได้มาจากการที่ ยูสเซ่อหรือผู้เล่นคนอื่นๆ เติมเงิน ซื้อเหรียญ ซื้อเพชร หรืออะไรก็แล้วแต่แอพที่เขาจะเรียก แล้วเขาก็จะกดส่งของขวัญนั้นให้วีเจที่ออนไลน์อยู่ และของขวัญส่วนนั้นวีเจก็นำไปแลกเป็นเงินสดได้ แต่คุณต้องทำยอดให้ได้ตามเป้า ถ้ามีไม่เยอะก็แลกไม่ได้ เพราะเราก็เคยมีเพื่อนที่มีรายได้จากงานนี้" กุลวดี กล่าว
PRIMETIME พบว่า ไม่ใช่แค่คนไทยเท่านั้นที่ได้ดูแม่ค้ารายนี้ถ่ายทอดสดตัวเอง แต่ยังมีแฟนๆ ในอีก 45 ประเทศที่เห็นและเป็นแฟนคลับผ่านบิโก้ไลฟ์ และนั่นคือแหล่งรายได้สำคัญของเธอ
ถึงแม้กวางไม่ได้แสดงออกอะไรมากมายในการถ่ายสดตัวเองที่ใช้เวลาไม่ต่ำว่าสองชั่วโมงต่อวัน แต่เธอก็มีแฟนคลับที่เรียกกันว่า "สายเปย์"" หรือคนที่พร้อมจะจ่ายเงินเพื่อแสดงความชื่นชมเธอมากพอที่ทำให้เธอมีรายได้ แฟนคลับเหล่านี้จ่ายเงินแลกซื้อสิ่งที่เรียกว่าถั่ว หรือ ของขวัญ ส่งมาให้ในจำนวนที่กติกากำหนดไว้เพื่อนำไปแลกเป็นเงินสดได้ แต่คนที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นคู่แข่งของเธอที่เป็นทั้งหญิงและชาย อาจจะมีวิธีสร้างกระแสและสร้างแฟนคลับด้วยรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นการเต้น ร้องเพลง แสดงตลก และแม้แต่กิจวัตรหรือวิถีชีวิตประจำวันก็เป็นสิ่งที่ขายได้
และนี่คือตัวเลขรายได้ของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เธอโพสต์ลงเฟซบุค เพื่อยืนยันกับเพื่อนๆ ว่าการนั่งหน้าจอมือถือของเธอไม่ใช่เป็นเรื่องไร้สาระเหมือนที่หลายคนคิด จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมบิโก้ไลฟ์ จึงได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ตามข้อมูลของ Google Play ได้มีการดาวโหลดแอพพลิเคชั่นนี้จาก 45 ประเทศทั่วโลกมากกว่า 10 ล้านครั้งแล้ว
แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถทำรายได้อย่างกวาง เพราะใครก็ตามที่เข้าร่วมใน Bigo Live ต้องถ่ายทอดสดกิจกรรมตัวเองอย่างน้อยวันละ 90 นาที ความท้าทายจึงอยู่ที่การดึงให้มีคนติดตามและยอมจ่ายเงินซื้อของขวัญให้ ของขวัญอย่างน้อย 200 ชิ้นต่อวัน และการแชร์การถ่ายทอดสดอย่างน้อย 50 ครั้งต่อวันคือเงื่อนไขขั้นต่ำ
ผู้สื่อข่าว Primetime ได้พยายามเป็นส่วนหนึ่งของเวทีถ่ายทอดสดผ่านบิโก้ไลฟ์ และก็ได้เห็นผลทันที ภายในไม่กี่นาทีก็มีเสียงตอบรับ ที่มีคนเข้ามาดูและส่งเพียงหัวใจมาให้ แต่คงไม่มีกิจกรรมที่สร้างความฮือฮาและมีเสน่มากพอที่จะได้ของขวัญจากผู้ชมที่มีอยู่ใน 45 ประเทศทั่วโลก
แน่นอนว่า เหรียญย่อมมีสองด้าน ในโลกออนไลน์และโซเชียลมีเดียร์ ก็ย่อมทั้งคุณและโทษ เหตุที่เกิดกับนายธนพล นิลพัตร์ อายุ 29 ปี เป็นอีกด้านหนึ่งของการใช้แอพพลิเคชั่นนี้ในทางที่ผิด
นายธนาพลถูกตำรวจล้อมจับเมื่อวันที่ 28 กันยายนในโรงแรมแห่งหนึ่งย้านถนนกิ่งแก้วในข้อหาข่มขืนผู้ช่วยพยาบาล คำสารภาพของนายธนาพลคงทำให้คนไม่น้อยเห็นภาพในทางลบของ Bigo Liv ก่อนที่จะรู้จักแอพพลิเคชั่นแห่งนี้ด้วยซ้ำ
"ไม่รู้จะใช้ถ่ายทอดสดอะไร วันเกิดเหตุได้เดินผ่านผู้เสียหายแล้วเห็นผู้เสียหายนอนอยู่โดยไม่ได้ล็อคประตูด้านหลังไว้ จึงเข้าไปเพียงต้องการไปถ่ายบีโก้ไลฟ์ขณะผู้เสียหายกำลังนอนหลับอยู่เผยแผ่ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ แต่ผู้เสียหายตื่นขึ้นมาก่อนจึงลงมือก่อเหตุ" นายธนาพล กล่าว
ถึงแม้กวางจะได้ประโยชน์จาก Bigo Live ก็จริง แต่เธอก็มีคำเตือนให้กับทุกคน
กุลวดี กล่าว่า "การป้องกันตัวจากมิจฉาชีพ คิดว่ามันอยู่ที่แต่ละคนจะระวังตัวเองได้แค่ไหน อย่าเชื่อใครดีกว่า เราไม่เคยเจอหน้ากัน ให้ระวังไว้ เขาพูดอะไรมาหาร 50 ไปเลย เพราะว่าในโลกโซเชียล เราสามารถเป็นบุคคลที่เราไม่ต้องการเป็นได้ เราไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเราก็ได้ เราเป็นอะไรก็ได้ เพราะฉะนั้นคุณไม่รู้ว่าที่เขาพูดมา ที่เขาทำกับคุณ มันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า มันโกหกหรือเปล่า ถ้าคุณเจอคนจริงใจมันก็ดี แต่มันมีน้อยมาก"
นักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์บอกกับ PRIMETIME ว่า ปรากฏการณ์ถ่ายทอดสดไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะรอบหลายปีที่ผ่านมามีโปรแกรมและแอพพลิเคชั่นสำหรับถ่ายทอดสดออกมามากมาย
"คนที่ถ่ายทอดสดเขาถือว่าเขายอมที่จะเปิดเผยชีวิตตัวเองให้คนภายนอกรู้จัก ไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นแค่โนบอดี้ แต่จะเป็น somebody เพราะถ้าคนติดตามเยอะๆ ก็จะเป็นเซเลปในโลกออนไลน์มีแฟนคลับเฉพาะก็จะสร้างตัวตนขึ้นมาในโลกออนไลน์ได้...ผมนึกถึงนักร้องคาเฟ่ ที่มีคนนำพวงมาลัยไปมอบให้ เป็นไปในลักษณะอย่างนั้น"
อาจารย์มานะ บอกว่าการสื่อสารในอนาคตจะมีเทคโนโลยีการถ่ายทอดสดรูปแบบใหม่เข้ามาอีก แต่สิ่งที่สำคัญทุกคนที่เล่นต้องมีความระมัดระวังให้มาก
"การติดตามสิ่งเหล่านี้มีทั้งคุณและโทษ คุณก็คือจะสามารถเรียนรู้พฤติกรรมของคน โทษ ก็คือจะเป็นการก้าวล่วงเข้าไปในวิถีชีวิตของคนธรรมดาทั่วไป และการถ่ายทอดสดไม่มีการกลั่นกรองข้อมูล ทำให้ภาพเรื่องราว เสียง หลุดออกมาโดยไม่ได้เจตนา แต่ไม่เหมาะสมกับสาธารณะ เพราะเวลาถ่ายทอดสดแล้วอยู่หน้ากล้อง พูดกับโทรศัพท์แล้วอาจจะรู้สึกว่าอยู่ในโลกส่วนตัว แต่ความจริงมีคนเฝ้ามองติดตามจำนวนมาก เป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับเด็กและเยาวชนที่ยังไม่รู้เท่าทันตัวของเทคโนโลยีตรงนี้" อาจารย์มานะ กล่าว