เจอดีเอ็นเอเนื้อสัตว์ ในอาหารเจ 66 %
29 ก.ย. 2559 | wanchat

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สุ่มตรวจอาหารเจย้อนหลัง 4 ปี ผักดองไม่พบสารกันรา-ลูกชิ้นเจไม่พบผงกรอบแม้แต่ตัวอย่างเดียว แต่พบดีเอ็นเอเนื้อสัตว์ปนเปื้อน คิดเป็น 66 % อัตราสารเคมีกำจัดศัตรูพืชลดลง
ข่าว
29 ก.ย. 2559 | wanchat

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สุ่มตรวจอาหารเจย้อนหลัง 4 ปี ผักดองไม่พบสารกันรา-ลูกชิ้นเจไม่พบผงกรอบแม้แต่ตัวอย่างเดียว แต่พบดีเอ็นเอเนื้อสัตว์ปนเปื้อน คิดเป็น 66 % อัตราสารเคมีกำจัดศัตรูพืชลดลง
รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นพ.พิเชฐ บัญญัติ บอกถึงการเฝ้าระวังคุณภาพและปลอดภัยอาหารช่วงเทศกาลกินเจของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ว่า จากการสุ่มตรวจอาหารเจในย่านเยาวราชในรอบ 4 ปี ตั้งแต่ปี 2556-2559 พบว่าตัวอย่างผักดองเช่น กาน่าฉ่าย เกี๊ยมฉ่าย ผักกาดดอง หัวไชโป้ว จำนวน 102 ตัวอย่าง ตรวจไม่พบผงกรอบหรือสารบอร์แรกซ์ และสารกันรา ตลอดทั้ง 4 ปี แต่พบว่ามีวัตถุกันเสียหรือกรดเบนโซอิค/กรดซอบิค ที่เกินเกณฑ์มาตรฐาน 65 % โดยพบในปริมาณ 1,026-10,608 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม จากที่กฎกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้ใช้ได้ไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม โดยพบใน ผักกาดดอง/เกี๊ยมฉ่ายยำ 100 % ไชโป้วฝอย 90 % แต่ตัวอย่างที่พบว่ามีการใช้ปริมาณสูงสุด ได้แก่ กาน่าฉ่าย
นอกจากนี้ อาหารเจทำมาจากแป้งสาลีหรือบุก อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ลูกชิ้นเจ 51 ตัวอย่าง ตรวจไม่พบสารบอร์แรกซ์ตลอด 4 ปี แต่ในอาหารเจที่เลียนแบบเนื้อสัตว์ ได้แก่ หมูแดงเจ ทอดมันเจ เต้าปู้ปลาเจ ไส้กรอกเจ สามชั้นเจ เป็นต้น จำนวน 35 ตัวอย่าง ตรวจพบดีเอ็นเอเนื้อสัตว์ปนเปื้อน 66 % ส่วนใหญ่เป็นตัวอย่างไม่มีฉลาก อย่างไรก็ตาม ตรวจเจอในปริมาณน้อย คาดว่าอาจปนเปื้อนจากการใช้เขียงหรืออุปกรณ์บางอย่างร่วมกัน ทำให้มีดีเอ็นเอของเนื้อสัตว์ปนในปริมาณน้อย ขณะที่ผักที่นิยมบริโภคช่วงเทศกาลกินเจ ได้แก่ คะน้า ผักกาดขาว แครอท ผักโขม กะหล่ำปลี หัวไชเท้า เป็นต้น เมื่อนำมาตรวจสารเคมีกำจัดศัตรูพืช จำนวน 133 ตัวอย่าง พบว่ามีสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เกินค่ากำหนด 12 %
นพ.พิเชษฐ บอกด้วยว่าการรับประทานอาหารเจที่เลียนแบบเนื้อสัตว์ ควรเลือกซื้อวัตถุดิบจากร้านที่มั่นใจและอาหารต้องมีฉลากระบุ สถานที่ผลิต วันเดือนปี และเลขสาระบบอาหารที่ชัดเจน เพราะถ้าแหล่งผลิตไม่ได้มาตรฐาน อาจมีส่วนประกอบ เช่น ไข่ นมหรือเนื้อสัตว์ปนเปื้อนได้