จากกรณีที่นายทวีศักดิ์ ทรัพย์ยุทธ์ อายุ 23 ปี เสียชีวิตจากการถูกสุนัขกัดแล้วติดเชื้อสายพันธ์ใหม่จนทำให้เสียชีวิตนั้นภายในวันเดียวนั้น นางสาวฉวี สุขสา อายุ 44 ปี มารดาของนายทวีศักดิ์ เปิดเผยว่า ลูกชายไม่ได้ทำงานอะไร เพียงแต่ช่วยขายขนมอยู่ที่บ้าน และขอยืนยันว่าลูกชายไม่ได้ถูกสุนัข หรือสัตว์ชนิดอื่นๆกัดตามที่เป็นข่าว
เพียงแต่ว่าเมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ลูกชายของตนเองมีอาการตัวร้อนเป็นไข้ จึงได้พามารักษาที่โรงพยาบาลธัญบุรี และทางแพทย์โรงพยาบาลธัญบุรี ได้เจาะเลือดไปวินิจฉัย พร้อมบอกว่าลูกชายเป็นไข้หวัดใหญ่ และให้ยาแก้ปวด ยาฆ่าเชื้อ และยาอีกชนิดหนึ่ง ไม่ทราบว่าเป็นยาอะไรมารับประทาน จากนั้นจึงให้กลับมาที่บ้าน
ต่อมาวันที่ 4 ก.ย. หลังจากที่ทานยาไปแล้วอาการไม่มีดีขึ้น จึงได้พาลูกชายไปรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระเทพรัตนราชกุมารี(มศว.) และทางแพทย์โรงพยาบาล มศว.วินิจฉัยว่า ลูกชายเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ และตนได้ขอร้องให้รักษาลูกด้วย แต่แพทย์บอกว่า เตียงเต็ม ไม่สามารถที่จะรักษาได้ จึงส่งตัวมาที่โรงพยาบาลธัญบุรี และโรงพยาบาลธัญบุรี ส่งต่อมาที่โรงพยาบาลปทุมธานี จนเมื่อวันที่ 5 ก.ย. แพทย์ได้เรียกตนเข้าไปพบแล้วบอกว่าลูกอาการหนักมาก กระทั่งเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา
ด้านนางสาวกมลชนก แสงสว่าง พี่สาวผู้ตาย กล่าวว่า ตนมีข้อสงสัยว่าในเมื่อทางโรงพยาบาลปทุมธานี ระบุการเสียชีวิตของน้องชายตนว่า เป็นโรคไข้สมองอักเสบ แต่ทำไมต้องส่งศพน้องชายตนมาชันสูตรที่นิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ อีกครั้ง ในเมื่อเวลามีชีวิตอยู่ย้ายมาตั้งหลายโรงพยาบาล แต่ไม่มีแพทย์ที่จะรักษาได้ แต่เวลานี้จะเก็บศพน้องชายไว้ชันสูตรเพื่ออะไร จึงอยากให้ทางแพทย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ออกมาชี้แจงให้ตนกับแม่ได้รับทราบด้วย และไม่ได้ถูกสุนัขกัดจนเป็นโรคสายพันธ์ใหม่อย่างที่หลายคนเข้าใจกัน