ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 09.45 น. ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.639/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดี 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ร.ต.ท.เชาวรินธร์ หรือเชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ อดีต รมช.ศึกษาธิการ และอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90 ประกอบกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา3, 14 (1), 17 (1) กรณีเมื่อวันที่ 6-9 พ.ค.57 จำเลยกับพวก ร่วมกันหลอกลวงบริษัท บี.พี.ซี.เทรดดิ้ง จำกัด (ประเทศกัมพูชา) ผู้เสียหาย ที่สั่งซื้อสินค้าปูนซิเมนต์ จากบริษัท ทีพีไอ โพลีน พลับบลิค จำกัด (ประเทศไทย) โดยเปลี่ยนแปลงข้อมูลในหลักฐานใบสำคัญเก็บเงินค่าสินค้าเสียใหม่ ให้บริษัท บี.พี.ซี.โอนเงินค่าสินค้าจำนวน 352,781 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ11,428,308บาท ผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขารัฐสภา ชื่อบัญชีThai and Chinese Bhuddist Culturs ซึ่งเป็นการนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จนทำให้บริษัท บี.พี.ซี. หลงเชื่อโอนเงินค่าชำระสินค้าจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย โดยที่บัญชีดังกล่าวเป็นของจำเลยกับพวกโดยอัยการโจทก์ ได้ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 27 ก.พ.58
ทั้งนี้ เมื่อถึงเวลานัด ทนายความจำเลย แถลงต่อศาลขอเลื่อนฟังคำพิพากษาอีกเป็นครั้งที่ 2 โดยอ้างเหตุ เงินที่กู้ยืมจากต่างประเทศ เพื่อจะนำมาชำระให้ผู้เสียหายนั้น ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาที่รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้ยังไม่สามารถโอนมายังประเทศไทย เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตรวจสอบได้ โดยจำเลยได้ชำระค่าธรรมเนียมการกู้ยืมครบถ้วนแล้ว ขณะที่อัยการโจทก์และผู้เสียหายไม่คัดค้าน ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เมื่อการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศมีเหตุขัดข้อง ไม่สามารถนำมาชำระได้ จึงให้เลื่อนอ่านคำพิพากษาไปเป็นวันที่ 27 ก.ย.นี้ เวลา 09.30 น. โดยกำชับให้จำเลยทำตามข้อตกลงโดยเคร่งครัด หากนัดหน้าอ้างเหตุขัดข้องเรื่องเงินอีก แม้ฝ่ายโจทก์และผู้เสียหายจะไม่คัดค้าน ศาลอาจฟังว่าเป็นการประวิงเวลาคดีได้ จะอ่านคำพิพากษาทันที ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนพิจารณาแล้วร.ต.ท.เชาวรินธร์ จำเลย ได้เดินทางกลับทันที