(2 ก.ย.59) แรงงานโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า บริษัท ฟาร์อีสท์ปั่นทออุตสาหกรรม จำกัด การ์เมนท์ 6 ตั้งอยู่เลขที่ 391 หมู่ที่ 1 บ.พุทไธสง ต.พุทไธสง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ กว่า 100 คน ได้รวมตัวกันออกมาถือป้ายประท้วงเรียกร้องขอความเป็นธรรมที่หน้าที่ว่าการอำเภอพุทไธสง หลังทางบริษัทได้ติดประกาศจะย้ายสถานประกอบกิจการไปยังกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 1 ต.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งอยู่ห่างไกลจากภูมิลำเนาของแรงงานที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่จ.บุรีรัมย์ ทำให้แรงงานไม่สามารถย้ายตามไปทำงานได้เพราะจะกระทบต่อการดำรงชีวิต
ทั้งต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งขณะนี้นายจ่างยังไม่ยอมจ่ายค่าแรงที่ค้าง และเงินชดเชยตามอายุการทำงานให้กับแรงงานตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน โดยอ้างว่าทางบริษัทขาดสภาพคล่องในการดำเนินกิจการโดยไม่สนใจผลกระทบที่จะเกิดกับแรงงาน
โดยนางรังสรรค์ จริงไธสง หนึ่งในแรงงานที่มาเรียกร้องขอความเป็นธรรม ถึงกับร่ำไห้วอนขอความเห็นใจจากนายจ้าง ให้นายจ้างจ่ายค่าแรงที่ค้างและเงินชดเชยให้กับแรงงานตามกฎหมายด้วย พื่อจะได้นำเงินไปลงทุนประกอบอาชีพหรือใช้จ่ายในครอบครัว
เพราะทำงานที่บริษัทแห่งนี้มากว่า 10 ปีแล้ว และปัจจุบันก็อายุมากกว่า 50 ปีแล้ว ไม่รู้ว่าไปสมัครทำงานที่อื่นจะมีใครรับหรือไม่และไม่รู้ว่านานแค่ไหนจะได้งานทำ เช่นเดียวกับนายสิริชัย สมศรี อายุ 44 ปี แรงงาน บอกว่า ได้ทำงานที่โรงงานแห่งนี้มา 11 ปีแล้ว ที่ผ่านมาได้ย้ายตามบริษัทมา 4 ครั้งแล้ว แต่ก็ย้ายอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ไม่ได้ออกต่างจังหวัด แต่ครั้งนี้ทางบริษัทประกาศจะย้ายสถานประกอบกิจการไปไกลถึงกรุงเทพมหานคร
ทำให้ไม่สามารถที่จะย้ายตามไปได้ ทั้งตั้งข้อสังเกตว่าการประกาศย้ายสถานประกอบกิจการของทางนายจ้างครั้งนี้ เป็นการเลี่ยงกฎหมาย และกดดันแรงงานทางอ้อม เพราะหากใครไม่สมัครใจตามไปทำงานก็ถือว่ายอมหยุดทำงานเอง โดยที่นายจ้างไม่ต้องรับผิดชอบอะไร และการเจรจาครั้งนี้ผู้บริหารบริษัทไม่ได้มาด้วยตัวเองเพียงส่งตัวแทนมาเจรจา จึงไม่สามารถตัดสินใจหรือให้คำตอบอะไรได้ จึงได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หาแนวทางช่วยเหลือแรงงานด้วย และหลังจากนี้ทางแรงงานก็จะพากันไปยื่นร้องต่อศาลแรงงานที่จ.นครราชสีมา ให้ช่วยเหลือในอีกทางหนึ่งด้วย
ด้านนายสมยศ รักษกุลวิทยา นายอำเภอพุทไธสง กล่าวภายหลังเป็นผู้แทนในการเจรจาระหว่างแรงงานกับนายจ้าง กรณีที่นายจ้างประกาศจะย้ายสถานประกอบกิจการดังกล่าว โดยมีตัวแทนสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมาร่วมรับฟัง และหาแนวทางช่วยเหลือด้วย แต่ทางบริษัทกลับส่งตัวแทนมาเจรจาทำให้ไม่สามารถให้คำตอบอะไรกับแรงงานได้ จึงได้แนะนำให้แรงงานไปยื่นร้องต่อศาลแรงงานที่จ.นครราชสีมา เพื่อร้องขอความเป็นธรรมในอีกทางหนึ่ง ส่วนทางอำเภอเองก็จะประสานกับหน่ายงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน เพื่อหามาตรการรองรับช่วยเหลือแรงงานที่อาจจะว่างงานในกรณีดังกล่าวด้วย