มีรายงานจากหน่วยข่าวด้านความมั่นคง ระบุว่า ผู้ต้องสงสัยคดีวางระเบิด 7 จังหวัดใต้ หลายคนเป็นคนพื้นที่ จ.ปัตตานี และ นราธิวาส ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องกระจายกำลังเร่งติดตามตรวจค้นตามจุดต่างๆ ที่ได้รับแจ้งเบาะแส รวมทั้งได้รับแจ้งจากสายข่าวผู้ต้องสงสัยหลายคนได้หลบหนีข้ามไปประเทศเพื่อนบ้านแล้วบางส่วน
ส่วนที่ จ.สุราษฎร์ธานี ทีมสืบสวนสอบสวนเพื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิด ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดไปแล้ว 117 จุด ร่วม 500 ตัว ทั้งวงจรปิดบริเวณใกล้บ้านพัก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี บันทึกภาพผู้ต้องสงสัย 2 ราย ขณะที่มานั่งบริเวณริมเขื่อนแม่น้ำตาปี นานร่วม 10 นาที ช่วงเวลา 18.47 น. ของวันที่ 10 ส.ค.2559 ก่อนเกิดเหตุ 2 วัน
จากนั้นผู้ต้องสงสัยลุกเดินอย่างไม่รีบร้อนจากฝั่งริมเขื่อนมุ่งหน้าไปทางสถานีตำรวจน้ำสุราษฎร์ธานี คาดว่าเป็นนาทีที่ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 ราย นำระเบิดไปวางบริเวณหน้าป้ายตำรวจน้ำ ซึ่งเป็นจุดที่ระเบิดทำงานเป็นจุดแรก ในเช้าวันที่ 12 ส.ค.
จากภาพวงจรปิดผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 แต่งกายอำพรางใบหน้าและร่างกายอย่างมิดชิด มีกระเป๋าเหมือนภาพวงจรปิด ที่ ร้านทวีสินพลาสติก จุดเกิดเหตุไฟไหม้ก่อนเหตุระเบิด ที่บันทึกผู้ต้องสงสัย 2 คนแรก แต่งกายมิดชิดเช่นกัน หลักฐานทั้งหมดได้นำส่ง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เพื่อรวบรวมดำเนินคดีต่อไป
เช่นเดียวกับที่ จ.ตรัง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน นำข้อมูลในกล้องวงจรปิด ที่ ห้างลีมาร์ทซุปเปอร์ค้าส่ง อ.เมืองตรัง ส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานกลางกู้คืนข้อมูล และตรวจพิสูจน์ หลังเข้าตรวจสอบหาสาเหตุเพลิงไหม้ภายในอาคารที่ชั้น 1 และพบเซิร์ฟเวอร์ของกล้องวงจรปิด แต่ชิ้นส่วนถูกไฟไหม้อย่างหนัก คาดใช้เวลากู้คืนข้อมูลไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์ เบื้องต้นพบมีการจับภาพผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน แต่ยังไม่ชัดเจน