เนชั่นทีวี

ข่าว

ตร.ขอหมายจับ 17 แนวร่วมบึ้มใต้ มือประกอบระเบิดหนีกบดานมาเลย์

18 ส.ค. 2559 |

ตร.ขอหมายจับ 17 แนวร่วมบึ้มใต้ 
มือประกอบระเบิดหนีกบดานมาเลย์

ตำรวจกองปราบขออำนาจศาลทหาร ออกหมายจับแนวร่วมก่อเหตุระเบิดป่วน 7 จังหวัดใต้แล้วรวม 17 คน หลังพบความเชื่อมโยง คาดปมก่อเหตุมาจากความเห็นต่างการเมือง ขณะที่มือประกอบระเบิด อาหะมะ หนีกบดานมาเลย์

จากกรณีเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ หลังเกิดเหตุชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ เพื่อหาความเชี่อมโยง กระทั่งวานนี้ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ เสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชาฝ่ายกฎหมาย คสช. นำเอกสารหลักฐานเดินทางเข้าแจ้งความกับทางพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องจากเหตุระเบิดหลายจุดใน 7 จังหวัดพื้นที่ภาคใต้ ในฐานความผิดสมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปกระทำการเข้าข่ายอั้งยี่ หลังเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง พบความเชื่อมโยงของขบวนการก่อความไม่สงบ ซึ่งพบว่าขบวนการดังกล่าวมีทั้งหมด 17 คน ซึ่งถูกควบคุมตัวใน มทบ.11 จำนวน 10 คน และบางส่วนอยู่ระหว่างการติดตาม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 สิงหาคม 2559 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) มีรายงานว่า พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ เสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชาฝ่ายกฎหมาย คสช. ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อให้ปากคำและมอบหลักฐานเพิ่มเติม หลังจากเมื่อคืนวานที่ผ่านมา พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีในครั้งนี้ โดยนำเอกสารพยานหลักฐานมามอบให้แก่ตำรวจกองปราบปราม ทั้งนี้ มีรายงานว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงได้ควบคุมตัวผู้ที่เชื่อมโยงของขบวนการก่อความไม่สงบได้ทั้งหมด 17 คน ก่อนนำตัวไปควบคุมตัวที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) โดยเป็นชาย 13 คน และหญิง 4 คน ซึ่ง 6 ใน 17 คน เป็นแกนนำสำคัญทำหน้าที่ในการประสานงานติดต่องานและเคลื่อนไหว

ตร.ขอหมายจับ 17 แนวร่วมบึ้มใต้ 
มือประกอบระเบิดหนีกบดานมาเลย์

อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายวันนี้ พนักงานสอบสวนกองปราบปราม จะรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออำนาจศาลทหารออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ในฐานความผิดตามคำสั่งคสช.ที่3/2558 ห้ามการชุมนุม หรือมั่วสุมทางการเมือง ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และในฐานความผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา209 ในฐานความผิดกระทำการเข้าข่ายอั้งยี่ อย่างไรก็ดี มีรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 13 ส.ค. เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าคุมตัวนายสรศักดิ์ ดิษปรีชา อาชีพซื้อ-ขายของเก่า ไปคุมตัว เพื่อสอบสวนหลังพบความเชื่อมโยง จากนั้นในช่วงค่ำของวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ทหารได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายสรศักดิ์ ย่านถนนเรียบมอเตอร์เวย์ (ทับช้าง) โดยสามารถตรวจยึดอาวุธปืนอาก้าได้ 1 กระบอก พร้อมแม๊กกาซีน 2 อัน และเครื่องกระสุน 31 นัด ซึ่งถูกซุกซ่อนไว้ในท่อน้ำพีวีซี.สีฟ้า ในบ้านหลังดังกล่าว
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ทีมสืบสวนได้แบ่งกลุ่มที่ก่อเหตุครั้งนี้ ออกเป็นสามกลุ่มหลักๆ คือกลุ่มผู้บงการ หรือหัวหน้าขบวนการที่ว่าจ้างในการทำระเบิด , กลุ่มผู้ประสานงานติดต่องานและเคลื่อนไหว และกลุ่มผู้ประกอบระเบิดและวางระเบิด โดยผู้ต้องหาทั้ง 17 คนที่ถูกออกหมายจับนั้น เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้ประสานงาน เป็นขบวนการที่ต่อต้านการรัฐประหาร หรือที่ทางทหารเรียกว่าเป็นกลุ่มแดงฮาร์ดคอ ที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ จ.นนทบุรี และ จ.ปทุมธานี โดยกลุ่มคน 17 คนนี้ ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างกลุ่มที่เป็นผู้ว่าจ้าง หรือหัวหน้าขบวนการที่ตอนนี้แนวทางสืบสวนพบว่า เป็นกลุ่มนักการเมืองที่มีอิทธิพลในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับกลุ่มที่ลงมือประกอบระเบิดและวางระเบิดในพื้นที่ 7 จังหวัด ซึ่งการสืบสวนพบว่า เป็นกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีการแบ่งกันทำหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ คือ กลุ่มหาวัสดุในการประกอบระเบิด กลุ่มที่ลงมือประกอบระเบิด และกลุ่มที่นำระเบิดไปวางตามสถานที่ต่างๆ

ตร.ขอหมายจับ 17 แนวร่วมบึ้มใต้ 
มือประกอบระเบิดหนีกบดานมาเลย์


ทั้งนี้ มีรายงานล่าสุดว่า ชุดสืบสวนของตำรวจภูธรภาค 7 และชุดสืบสวนของกองปราบปราม ที่เข้าคลี่คลายคดีระเบิดที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบแล้วว่า คนร้ายที่มาวางระเบิดหัวหินมีจำนวน 3 คน วางระเบิดรวม 6 จุด เดินทางโดยรถโดยสารมาจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวางระเบิดเสร็จ ก็ได้เดินทางกลับออกจากพื้นที่หัวหินทันที ก่อนที่จะมีการจุดระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือ ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว
นอกจากนี้้ ยังมีรายงานจากชุดสืบสวนสอบสวนของหน่วยงานความมั่นคง ระบุว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 17 รายเป็นนักเคลื่อนไหว ในนาม "พรรคแนวร่วมปฏิวัติประชาธิปไตย" หรือ นปป. โดยจุดประสงศ์ของขบวนการนี้ ต้องการที่จะปฏิวัติการปกครอง มีแนวคิดจากพวกซ้ายเก่า หรือคอมมิวนิสต์ โดยมีการเอาความคิดของคอมมิวนิสต์มาเป็นแนวทางในการเคลื่อนไหว ซึ่งเริ่มเคลื่อนไหวประชุมมาตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค.ปีที่ผ่านมา ใช้สถานที่เป็นบ้านพักแห่งหนึ่งในย่านบางกรวยเป็นที่ประชุมวางแผน โดยมีการระดมมวลชนที่มีความเห็นต่างทางการเมือง กระจายตัวและได้แบ่งความรับผิดชอบออกเป็น 11 เขต ทั่วประเทศ ยกเว้นภาคใต้ตอนล่างและสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งมีการแบ่งงานกันชัดเจนเป็นฝ่ายต่างๆอาทิเช่น ฝ่ายมวลชน ฝ่ายจัดหาอาวุธ ระดมทุน ฝ่ายต่างประเทศ เป็นต้น โดยร่วมมือกับกลุ่มหัวรุนแรงที่มีความเห็นต่าง รวมทั้งขบวนการบีอาร์เอ็นที่แตกแถวมารับงานจ้างก่อเหตุ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 5 ส.ค.พบความเคลื่อนไหวในการเตรียมพร้อมที่จะก่อเหตุ หลังประกาศผลรับหรือไม่รับร่างประชามติ อย่างไรก็ตามในในกลุ่มแกนนำหลักทั้ง 6 คนที่คุมตัวได้นั้น จากการสอบสวนเบื้องต้นให้การรับว่าเป็นหัวหน้าเขตต่างๆถึง 3 คน

ตร.ขอหมายจับ 17 แนวร่วมบึ้มใต้ 
มือประกอบระเบิดหนีกบดานมาเลย์


รายงานข่าวระบุว่า สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกตำรวจออกหมายจับศาลทหาร ในฐานความผิดตามคำสั่งคสช.ที่3/2558 ห้ามการชุมนุมหรือมั่วสุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และในฐานความผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา209 ในฐานความผิดกระทำการเข้าข่ายอั้งยี่ ประกอบไปด้วย 1.นายประพาส โรจน์พิทักษ์ ,2.นายสรศักดิ์ ดิษปรีชา, 3.นายชินวร ทิพย์นวล , 4. นายวีระชัฎฐ์ จันทร์สะอาด , 5.นายศิริฐาโรจน์ จินดา , 6.นายปราโมทย์ สังหาญ , 7.นายณรงค์ ผดุงศักดิ์ , 8.นายวิเชียร เจียมสวัสดิ์ , 9.นายวิโรจน์ ยอดเจริญ , 10.นายศรวัชษ์ กุระจินดา , 11.นายเหนือไพร เซ็นกลาง , 12.นายบุญภพ เวียงสมุทร , 13.ร.ต.ท.สมัย คูณสวัสดิ์ , 14.ร.ต.ต.หญิงวิไลวรรณ คูณสวัสดิ์ , 15.ด.ต.ศิริรัตน์ มโนรัตน์ , 16.น.ส.รุจิยา เสาสมภพ และ17น.ส.มีนา แสงศรี นอกจากนี้ในส่วนนายสรศักดิ์ ดิษปรีชา ถูกศาลทหารออกหมายจับในอีก 1 ข้อหา คือมีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่ได้รับอนุญาตไว้ในความครอบครอง
ทั้งนี้ แนวทางการสืบสวนพบว่าในการประกอบระเบิดครั้งนี้เป็นฝีมือของ นายอาหะมะ เล็งฮะ ชาวจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นแนวร่วมก่อความไม่สงบในพื้นที่ตากใบ ทั้งนี้พบว่าหลังก่อเหตุได้หลบหนีไปกบดานที่ประเทศเพื่อนบ้าน (มาเลย์เชีย) ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามจับกุม

ข่าวล่าสุด