เนชั่นทีวี

ข่าว

"PRIMETIME กับ เทพชัย" : เจาะลึก! ศาลอนุมัติหมายจับ "ธัมมชโย"รุกป่าสงวน

16 ส.ค. 2559 | thitipong

"PRIMETIME กับ เทพชัย" : เจาะลึก! ศาลอนุมัติหมายจับ "ธัมมชโย"รุกป่าสงวน

"ธัมมชโย" ตกเป็นผู้ต้องหาอีก 1 คดี เมื่อศาลจังหวัดเลย ได้อนุมัติหมายจับ ในข้อหาบุกรุกและทำลายป่า ขณะที่วัดพระธรรมกายโต้ ที่ดินอยู่นอกเขตผ่าสงวน


"PRIMETIME กับ เทพชัย" : เจาะลึก! ศาลอนุมัติหมายจับ "ธัมมชโย"รุกป่าสงวน


เอกสารสิทธิ์ในการครอบครองที่ดิน นส 3 ก. ฉบับนี้ ได้กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ตกเป็นผู้ต้องหา หลังจากเจ้าหน้าที่ไปตรวจพบและเชื่อว่าเป็นเอกสารเท็จ ซึ่งทำให้ พระธัมมชโย จะต้องไปต่อสู้คดีที่จะถูกดำเนินคดีอย่างน้อย 2 ข้อกล่าวหา ไม่ว่าจะเป็น การบุกรุกที่ป่าสงวน เป็นผู้มีอิทธิพล ตามคำสั่ง คสช.แล้วยังต้องถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติป่าไม้อีกด้วย
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้างสำนักงานตำรวจ ได้นำกำลังพลเรือนตำรวจทหาร เข้าตรวจค้น สวนป่าหิมวันต์ อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา และพบว่าการการทำผิดกฎหมายหลายข้อ ทั้งบุกรุกป่า ก่อสร้างอาคารผิดกฎหมาย รวมทั้งตรวจพบเอกสารสิทธิ์ นส 3 ก. ฉบับที่มีชื่อของพระธัมมชโย
พ.ต.อ.ปิติพัฒน์ ธวัชวิเชียร รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมพนักงานสอบสวนคดีวัดป่าหิมวันต์ ยืนยันว่า ศาลจังหวัดเลย ได้อนุมัติออกหมายจับ พระธัมมชโย และวัดธรรมกาย และแจ้งข้อกล่าวหานายศักดิ์ชาย มงคลเคหา ผู้ดูแล ร่วมยึดครอบครองทำประโยชน์ อยู่อาศัยในที่ดินก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำโดยประการใด อันเป็นการทำลายป่า
หมายจับพระธัมมชโย จะถูกส่งไปยังสถานีตำรวจทั่วประเทศ พบตัวที่ไหนก็สามารถจับกุมตัวได้ทันที ส่วนการรวบรวมหลักฐานเพื่อส่งให้อัยการฟ้อง คาดว่าจะสามารถรวบรวมเอกสารและหลักฐานให้แล้วเสร็จได้เดือนกันยายน
ส่วนนายศักดิ์ชาย ผู้ดูแลสถานที่ ไม่ถูกออกหมายจับ เนื่องจากได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันบุกรุก แผ้วถางป่าสงวน โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ก่อนหน้านี้ นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรมกาย ได้ออกมายืนยันว่า ที่ดิน และนส 3 ก. ฉบับดังกล่าวได้มาจากการบริจาค และพระธัมมชโย ได้ถวายให้วัดพระธรรมกาย และถือได้ว่าเป็นที่ธรณีสงฆ์ไปแล้ว
ขณะเดียวกัน วัดพระธรรมกาย ได้ออกแถลงการณ์ ปฏิเสธข้อกล่าวหาบุกรุกป่า จังหวัดเลย พร้อมทั้งยืนยันว่า สวนป่าหิมวันต์ นั้นอยู่นอกเขตป่าสงวน โดยวัดพระธรรมกาย ยืนยันว่า พื้นที่ของสวนป่าหิมวันต์ ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือ น.ส.3 ก.นั้น ปัจจุบันผู้ครอบครอง คือวัดพระธรรมกาย ไม่ใช่ พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย
นอกจากนี้ยังมีหนังสือราชการลงมันที่ 24 กรกฎาคม 2559 จากนายอำเภอภูเรือ ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ระบุชัดเจนว่า พื้นที่ทั้งหมดของสวนป่าหิมวันต์ทั้ง 129 ไร่ อยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้าและป่าภูเรือ การกล่าวหาว่า สวนป่าหิมวันต์ หรือวัดพระธรรมกาย หรือพระธัมมชโย รุกป่าสงวนแห่งชาติ จึง จึงเป็นข้อกล่าวหาที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เป็นการจงใจใส่ร้ายป้ายสีด้วยข้อมูลที่ไม่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง
นอกจากนี้ พื้นที่บางส่วนนนั้นก็ไม่ได้เป็นของวัดพระธรรมกาย หรือพระธัมมชโย แต่เป็นของนายศุภมิตร ชินวงศ์ ชาวบ้านบ้านแก่ง หมู่ 1 ตำบลร่องจิก อำเภอภูเรือ และพื้นที่ดังกล่าวก็อยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ

สำหรับหมายจับพระธัมมชโย นั้นเป็นฉบับที่ 2 หลังจากก่อนหน้านี้ ตกเป็นผู้ต้องหาของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ที่แจ้งข้อหายักยอกทรัพย์ ฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน สหกรณ์เครดิตยูเนียนคอลงจั่น แต่จนถึงขณะนี้ ดีเอสยังไม่ได้ตัวพระธัมมชโย ไปดำเนินคดี เพราะยังเข้าไปจับกุมพระธัมมชโยในวัดพระธรรมกายไม่ได้

ข่าวล่าสุด