เนชั่นทีวี

ข่าว

รัฐผิดสัญญา สร้างโรงไฟฟ้ากระบี่

11 ส.ค. 2559 | lastman

รัฐผิดสัญญา สร้างโรงไฟฟ้ากระบี่

กระแสต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จังหวัดกระบี่ มีมาโดยตลอด แม้จะมีการตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่ายของนายกรัฐมนตรีเพื่อหาทางออกเรื่องนี้ร่วมกัน แต่ว่าล่าสุด กฟฝ. ก็ประกวดราคาบริษัท เพื่อเดินหน้า ก่อสร้าง ติดตามปฏิกิริยาทางฝั่งของภาคประชาชนที่ออกมาแถลงข่าววันนี้ กับ ธัญพิสิษฐ์ เลิศบำรุงชัย ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี

นักวิชาการ และเครือข่ายภาคประชาสังคม ในคณะกรรมการ 3 ฝ่ายศึกษาโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ระบุว่ารัฐผิดสัญญาที่เคยตกลงไว้ว่าไม่เดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้า ถ่านหิน พร้อมทั้งนำเสนอข้อมูลพลังงานทดแทนที่มีเพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้า ของคนทั้งจังหวัดกระบี่
ความคืบหน้าการผลักดันกระบี่สู่จังหวัดพลังงานหมุนเวียน 100% โดยกรรมการภาคประชาชน ในคณะอนุกรรมการศึกษาการใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือกของจังหวัดกระบี่ ภายใต้การแต่งตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่ายศึกษาโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ของ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา กำลังถูกสั่นคลอน

หลังการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ประกาศชื่อเอกชนที่ชนะการประมูล เพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้า คือกลุ่มกิจการร่วมค้า ลพาวเวอร์ คอนสตรัคชั่น คอร์เปอเรชั่น ออฟ ไชน่า และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ที่เสนอราคาต่ำสุด 32,000 ล้านบาท นายประสิทธิชัย หนูนวล เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ที่เคยประท้วงอดหลอาหารที่ทำเนียบรัฐบาลบอกว่า รัฐผิดข้อตกลงของคณะกรรมการ 3 ฝ่ายแล้ว 2 ใน 3 ข้อ ยกเลิกอีไอเอ และยังเดินหน้าการประมูลสร้างโรงไฟฟ้า เหลือข้อ 3 คือการศึกษาข้อพิสูจน์ว่ากระบี่มีพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเพียงพอใน 3 ปี ข้อนี้ มีการตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่าย เพื่อศึกษา และหวังว่ารัฐจะไม่ผิดสัญญาในข้อที่ 3
นายศุภกิจ นันทะวรการ ผู้จัดการฝ่ายนโยบายสาธารณะ มูลนิธินโยบายสุขภาวะบอกว่า ศักยภาพพลังงานหมุนเวียนของ จ.กระบี่ ในแผนพลังงานเพื่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมจ.กระบี่ ใน 3 ปี สูงกว่าพีค 11 เท่าตัว เมื่อรวมศักยภาพเชื้อเพลิงทดแทน ทั้งชีวมวล ก๊าซชีวภาพ ขยะชุมชน แสงอาทิตย์ ลม และพลังงานน้ำขนาดเล็ก 1,699 เมกะวัตต์ เฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ ก็มีศักยภาพผลิตได้มากถึง 1,131 เมกะวัตต์ สามารถเป็นจังหวัดที่ใช้พงังงานหมุนเวียนได้ภายในปี 2562

ด้านนายอัจฉริยะ นพรัตน์ ประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม บอกว่าพลังงานทดแทนที่เกิดจากเชื้อเพลิงชีวมวลและก๊าซชีวภาพนั้น มีจำนวนมาก จากของเหลือจากการสกัดปาล์มน้ำมัน ทั้งนำเสีย ทลายเปล่า และกะลา ซึ่งในจ.กระบี่มีเกษตรกร ปลูกปาล์มน้ำมันกว่า 1.8 ล้านไร่ ถ้าเกิดว่ามีการรับซื้อเชื้อเพลิงเหล่านี้ จะกระจายเม็ดเงินเข้าสู่เศรษฐกิจฐานราก จาก 793 ล้านบาทต่อปี เป็น 3,051 ล้านบาทต่อปี
อย่างไรก็ตาม กฟผ.ยืนยันการประกวดราคาโรงไฟฟ้ากระบี่ยังไม่มีผลทางกฎหมาย ต้องได้รับความเห็นชอบรายงาน EHIA จากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ รวมทั้งความเห็นของคณะกรรมการไตรภาคีตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี และได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลครบถ้วนแล้วเท่านั้น

ข่าวล่าสุด