นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยหลังจากมีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษเนื่องวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 และในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อให้โอกาสแก่ผู้ต้องขังประพฤติตนเป็นพลเมืองดีว่า ตาม พ.ร.ฎ.อภัยโทษฉบับนี้ ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีผู้ต้องขังที่จะได้รับการอภัยโทษถูกปล่อยตัวจำนวนเท่าใด
เนื่องจากเนื้อหาในพ.ร.ฎ. ดังกล่าวแบ่งการอภัยโทษออกเป็นหลายประเภท โดยโทษในบางคดีไม่อยู่ในข่ายที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษเลย เช่น คดีความผิดเกี่ยวกับเพศ เช่น ข่มขืน รุมโทรมหญิง กระทำชำเราเด็กอายุไม่ถึง 15 ปี กระทำกับผู้สืบสกุล ลูกหลานที่อยู่ในความดูแล หรือผู้ที่อยู่ในความอนุบาล ส่วนคดีที่เกี่ยวกับการทุจริตและยาเสพติดได้รับการอภัยโทษในสัดส่วนที่น้อยมาก โดยนักโทษชั้นเยี่ยมจะได้รับการลดโทษ 1ใน5 ชั้นดีมาก 1ใน6 และชั้นดี 1ใน7 ส่วนคดียาเสพติดฐานเป็นผู้ส่งออกผลิต นำเข้า ต้องคำพิพากษาจำคุกเกิน 8 ปี จำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตไม่อยู่ในข่ายที่จะได้รับอภัยโทษเลย รวมทั้งคดีฉ้อโกงและฉ้อโกงประชาชน หรือคดีแชร์ลูกโซ่
นายชาญเชาวน์ กล่าวอีกว่า สำหรับพ.ร.ฎ.อภัยโทษได้กำหนดเวลาให้ทางเรือนจำแต่ละแห่งพิจารณานักโทษที่มีคุณสมบัติได้รับการอภัยโทษโดยเรือนจำจังหวัดจะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ ผู้พิพากษา ศาล และอัยการในพื้นที่ร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบผู้ต้องขังที่ได้รับการอภัยโทษและส่งรายชื่อให้ศาลออกหมายปล่อยหรือลดโทษ ส่วนเรือนจำกลางให้ผู้บัญชาการเรือนจำเป็นคณะกรรมการ โดยมีเวลาพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน หรือ 4 เดือน สำหรับนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ผู้ต้องขังคดีทุจริตเลือกตั้ง จะอยู่ในข่ายได้รับการพระราชทานอภัยโทษหรือไม่ ขอให้คณะกรรมการระดับเรือนจำเป็นผู้พิจารณาคุณสมบัติก่อน เนื่องจากพ.ร.ฎ.อภัยโทษฉบับนี้กำหนดรายละเอียดไว้ค่อนข้างมาก จึงต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ การปล่อยตัวผู้พ้นโทษจากการพระราชทานอภัยโทษจะเป็นการทยอยปล่อย ไม่ใช่การปล่อยเป็นคราวเดียวพร้อมกันทั้งหมด โดยนักโทษกลุ่มที่สามารถปล่อยตัวได้เลยคือกลุ่มที่เหลือโทษจำคุกน้อย หรือเหลือโทษไม่ถึง 1 ปี
สำหรับบัญชีลักษณะความผิดแนบท้ายพ.ร.ฎ.ฉบับนี้ที่ได้อยู่ในข่ายไม่ได้รับพระราชทานอภัยโทษเลย เป็นความผิดตามกฎหมาย 9 ฉบับ คือ1.กฎหมายอาญา ความผิดก่อการร้าย ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน (อั้งยี่ ซ่องโจร) ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายแก่ประชาชน ความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง( คดีพรากผู้เยาว์ จับตัวเรียกค่าไถ่) และความผิดเกี่ยวกับทรัพย์(กรรโชกทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์)2.ความผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืน
3.ความผิดว่าด้วยกฎหมายป่าไม้ ป่าสงวนแห่งชาติและอุทยานแห่งชาติ
4.ความผิดเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
5.ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐหรือฮั้วประมูล
6.ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนหรือแชร์ลูกโซ่
7.ความผิดเกี่ยวกับการยักยอกฉ้อโกงประทุษร้ายต่อทรัพย์หรือกระทำทุจริตตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงิน หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
8.ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐหรือความผิดต่อหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น
9.ความผิดเกี่ยวกับการลักลอบกฎหมายศุลกากร
ทั้งนี้เมื่อเรือนจำได้รับหมายปล่อยหรือคำสั่งลดโทษให้คณะกรรมการทำบัญชีรายชื่อผู้ที่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษเก็บได้ที่เรือนจำ 1 ฉบับ ส่งศาลและกระทรวงยุติธรรมแห่งละ 1 ฉบับ และทูลเกล้าถวายอีก 1 ฉบับ ในส่วนของนักโทษว่าด้วยเรือนจำทหาร ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบผู้ที่มีคุณสมบัติผู้ที่ได้รับการอภัยโทษเพื่อส่งรายชื่อศาลทหารกรุงเทพ ศาลมณฑลทหาร และศาลจังหวัดทหาร เพื่อให้ออกหมายปล่อย
ด้านนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า หลังประกาศพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ เรือนจำจะเร่งดำเนินการตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับการพระราชทานอภัยโทษเพื่อให้มีการปล่อยตัวเป็นล็อตแรก เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุจำนวนได้ ต้องรอตรวจสอบผู้ต้องโทษเปรียบเทียบกับหลักเกณฑ์ที่ประกาศก่อน อย่างไรก็ตาม การดำเนินการจะเป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด