"หากจะเลือกอนาคตที่อาจจะมองไม่เห็นชัดเจน แต่ผมก็วางและวาดภาพให้เห็นกับการไม่มีภาพเหล่านี้ก็เลือกเอาเอง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
อนาคตที่ พล.อ.ประยุทธ์ว่านั้น คืออะไร และภาพที่ได้วาดให้เลือกนั้นมีอะไรบ้าง แต่หากจะหมายถึงร่างรัฐธรรมนูญที่เนื้อหาบางส่วน หลายคนก็ยอมรับได้ แต่หลายคนโดยเฉพาะนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่อ้างถึงเหตุผลที่ไม่ขอรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่า มาตรการการปราบทุจริตดะอ่อนลงไป
แถลงวันที่ 27 กค. เสียงที่พูดถึงการวางมาตรการปราบทุจริต และกลับให้มี ศาลอาญานักการเมือง ที่สามารถอุทธรณ์ได้ แต่ตอนท้ายของถ้อยแถลง นายอภิสิทธิ์ กลับบอกว่า จะให้พล.อ.ประยุทธ์ ไปร่างรัฐธรรมนูญกลับมาใหม่ บอกว่าเพื่อเป็นโอกาสที่จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จะให้รัฐธรรมนูญที่ดีแก่สังคม
หมายความว่า ไม่ได้รังเกียจที่มาของรัฐธรรมนูญแต่ไม่ชอบเนื้อหาที่มีอยู่ และเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะร่างรัฐธรรมนูญที่มีเนื้อหาเป็นประชาธิปไตยได้มากกว่านี้ อย่างนั้นได้หรือไม่ หรือจะเป็น นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประกาศผ่านเฟซบุ๊คของตนเองว่า จะไม่ขอรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เป็นไปในแนวทางประชาธิปไตย
สำหรับ คสช.แล้วความเห็นของบรรดานักการเมืองที่ออกมาในลักษณะที่ว่านั้นไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติ และไม่เคยเปลี่ยนแปลงของนักการเมือง นับตั้งแต่ก่อนการยึดอำนาจ หลังยึดอำนาจและน่าเชื่อว่า ภายหลังการลงประชามติ ก็ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ในส่วนของ พล.อ.ประยุทธ์ แล้วยังคงยืนยันที่จะเดินตามโรดแม็พที่ได้วางเอาไว้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าาว่า "การทำประชามติอยู่ในกระบวนการไปสู่ประชาธิปไตยสากล ซึ่งต้องมีรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่มีก็ไปตรงนั้นไม่ได้และเลือกตั้งไม่ได้ ก็จบแค่นั้น ผมก็อยู่ไปตามโรดแม็พ"
แหล่งข่าวจาก คสช.ยืนยันกับไพร์มไทม์ว่า โรดแม็พที่เหลือของ คสช.นั้นเป็นเรื่องของการวางโครงสร้าง ระบบตรวจสอบและถ่วงดุล ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติเอาไว้ รวมทั้งการจัดการปัญหาการรุกล้ำทำลายทรัพยากรธรรมชาติให้เด็ดขาด