ประเด็นการประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้กลายเป็นข้อถกเถียงกันว่า จะมีน้ำหนักเพียงพอที่จะดึงเสียงของคนที่ยังไม่ตัดสินใจรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ได้หรือไม่
ในการเลือกตั้งปี 2554 พรรคประชาธิปัตย์มีฐานเสียงอยู่ในมือ 11 ล้านเสียง ขณะที่พรรคเพื่อไทย มีฐานเสียง15 ล้านเสียง จากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด 46 ล้านเสียง
พรรคประชาธิปัตย์ มีฐานเสียงจากภาคใต้ และ กทม. ส่วนพรรคเพื่อไทย ยึดพื้นที่ภาคเหนือ และอีสาน แต่นั่นก็ไม่อาจสรุปได้ว่า เสียง จากทั้ง2 พรรค ซึ่งถือว่ามีมากกว่า 50 % จะร่วมกันโหวตไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเสียทั้งหมด
ปัจจัยที่เป็นตัวแปร คือความแตกแยกภายในพรรคเพื่อไทย ที่ขั้วของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพรช และคุณหญิงสุดารัตย์ เกยุราพันธ์ ที่หนุนให้รับร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่ขั้วของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ รณรงค์ให้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ
เช่นเดียวกันกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่เสียงของนายอิภสิทธิ์ ไปทางหนึ่ง แต่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชน ผู้มีบทบาทในพรรค ประกาศชัดว่ารับร่างรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงพรรคระดับกลางอยางภูมิใจไทย ชาติพัฒนา ที่มีสายสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับ บิ๊ก คสช. และคะแนนนิยม ของคสช. ที่มีทุนจากฐานเสียง นักธุรกิจ คนชั้นกลาง และรากหญ้า ที่ ต้องการให้ประเทศเดินหน้าไปสู่โหมดเลือกตั้งโดยเร็ว ขณะที่เดียวกันการออกมาประกาศจุดยืนของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ถูกตอบโต้ จากหลายฝ่ายเช่นกัน
เริ่มจากนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่บอกว่า ไม่รู้สึกกังวลกับการออกมาเสนอความเห็นของนักการเมือง ว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะคนพวกนี้มีแค่ 10-20-30 คน แต่คนที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งมีมากกว่า
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังหวังว่า ประชาชน จะสามารถเรียนรู้และตัดสินใจเองได้ พร้อมกับขอให้ย้อนไปดูว่า ก่อนเหตุการณ์รัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น หรือว่าต้องการให้เหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งต่อไปอีก
"มันก็เรื่องของท่าน แล้วคนพวกนี้มีกี่คน20- 30 -10 แล้วคนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งมีกี่คน รวมกับผู้มีอายุ18ปีเกือบ30ล้าน ประชาชนจะให้เขานำผิดนำถูกก็แล้วแต่ ประชาชนเป็นคนเลือกต้องเรียนรู้ เอาอย่างนี้ตนพูดอะไรไม่ได้ เดี๋ยวจะกลายเป็นล็อคนู่นนี่อีก ขอให้ไปดูว่าก่อน22พ.ค.2557มันมีอะไรอยู่ แล้วจะต้องการให้เกิดขึ้นในเลือกตั้งครั้งต่อไป ก็ไปคิดเอา นั่นหล่ะคือคำตอบของผม"
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ในประเด็นนี้ถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรก กล่าวเพียงสั้นๆว่า "ตัวใครตัวมัน"
การสัมภาษณ์ครั้งที่สอง ดูเหมือนว่า พล.อ.ประวิตร จะไม่ได้ให้น้ำหนักต่อคำประกาศของนายอภิสิทธิ์ โดยเชื่อว่า คนที่รักพรรคประชาธิปัตย์คงไม่ได้คิดแบบนายอภิสิทธิ์ทั้งหมด เพราะเรื่องเหล่านี้ไปบังคับใครไม่ได้
ประธานกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ มีชัย ฤชุพันธุ์ มองว่า เป็นคนไทยคนหนึ่งที่มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้โดยเสรี
โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ อุดม รัฐอมฤต ได้แถลงตอบโต้นายอภิสิทธิ์ ในทุกประเด็น พร้อมทั้งยืนยันว่ารัฐธรรมนูญใหม่สามารถตอบโจทก์ของประเทศได้หมด และไม่ได้กำจัดสิทธิของประชาชน และที่สำคัญเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่ได้สร้างความขัดแย้งใหม่ ในอนาคตแน่