เนชั่นทีวี

ข่าว

"PRIMETIME กับ เทพชัย" : เบื้องลึก! ม.44 สกัดตั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน

14 ก.ค. 2559 | thitipong

"PRIMETIME กับ เทพชัย" : เบื้องลึก! ม.44 สกัดตั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน

ทันทีที่คำสั่งหัวหน้า คสช.ล่าสุดมีผลบังคับใช้ ก็เกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่า เพียงแค่จะแก้ปัญหาการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดินคนใหม่ ถึงกับต้องใช้คำสั่งของหัวหน้า คสช.เลยเชียวหรือ แต่เบื้องลึกของเรื่องนี้ เป็นเรื่องของการบริหารอำนาจภายใน คสช. รวมทั้ง เรื่องอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินในอนาคต


"PRIMETIME กับ เทพชัย" : เบื้องลึก! ม.44 สกัดตั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน


ถึงแม้ว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จะพยายามอธิบายว่า สาเหตุที่ หัวหน้า คสช.ออกคำสั่งให้งดเว้นการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระจนกว่าจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นั้นเป็นการแก้ปัญหาได้ดีสำหรับการสรรหาตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน เพราะอาจเกิดเรื่องใหญ่ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในสภา
ความวุ่นวายที่นายวิษณุ กล่าวถึงนั้นเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนที่มีการประชุมสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ซึ่งในที่ประชุม มี สนช.ที่เป็นกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรม ผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน 2 คน ลาออกจากตำแหน่ง
หนึ่งใน สนช.ที่ลาออก คือ นางนิพัทธา อมรรัตนเมธา ได้แฉกลางที่ประชุม สนช.ว่ามีการล๊อบบี้ให้กรรมาธิการบางคนขึ้นนั่งเป็นประธานกรรมาธิการ ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้น
นอกจากนี้ การสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดินในครั้งนี้ก็เป็นเรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง เพราะ นายแพทย์ เรวัต วิศรุตเวช ที่ผ่านการสรรหามานี้ เคยได้รับการสรรหามาแล้ว แต่เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. กลับไม่ได้รับความเห็นชอบ โดยมีการตั้งข้อสังเกตไว้หลายข้อด้วยกัน
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปลี่ยนชื่อ นามสกุล ความใกล้ชิดกับนักการเมือง การปฏิบัติหน้าที่ขณะดำรงตำแหน่งผู้บริหารในกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้ง ยังรู้มาว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. มีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ นายแพทย์เรวัต แต่กลับไม่ส่งมาให้กรรมาธิการฯ ประกอบการพิจารณา
และเมื่อเปิดให้มีการสมัครใหม่ มีผู้มาสมัครเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินถึง 21 คน โดย หนึ่งในนั้นเป็น นายแพทย์ เรวัต ซึ่งเป็นเรื่อง ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนที่ผู้มีไม่ผ่านการพิจารณาของ สนช.แล้วจะกลับมาสมัครในตำแหน่งเดิมอีกครั้ง และสุดท้าย นายแพทย์เรวัต ก็ผ่านการสรรหาเข้ามา โดยต้องโหวตกันถึง 30 ครั้ง ถึงได้ข้อสรุป ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า เกิดอะไรขึ้นกับการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดินในครั้งนี้ เพราะแม้แต่ นายพรเพ็ช วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ที่เป็นกรรมการสรรหาโดยตำแหน่ง ก็ยังเทคะแนนให้นายแพทย์เรวัต ทั้งที่เสียงส่วนใหญ่ของ สนช.โหวตไม่รับนายแพทย์เรวัต เป็นผู้ตรวจการแผ่นดินมาแล้ว
นอกจากนี้ เมื่อถึงขั้นแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบประวัติชุดใหม่ ก็มีกรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวิติเดิมกลับเข้ามาอีก 4 คน ไม่ว่าจะเป็น นางนิพัทธา อมรรัตนเมธา พล.ต.อ.พิชิต ควรเตชะคุปต์ นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ พล.ท.สุวโรจน์ ทิพย์มงคล รวมทั้ง พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ น้องชายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ท่ามกลางกระแสข่าวที่ออกมาช่วงนั้นว่า ผู้มีอำนาจและคนใน คสช.ต้องการผลักดันให้นายแพทย์เรวัต ได้เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน แทนนายศรีราชา วงศารยางกูร ที่ครบวาระ
แต่แหล่งข่าวใกล้ชิด หัวหน้า คสช. บอกกับไพร์มไทม์ว่า การตัดสินใจใช้มาตรา 44 จัดการปัญหานี้ แม้แต่ พล.อ.ประวิตร ก็ไม่เคยรู้มาก่อน แต่หัวหน้า คสช.ต้องการแก้ปัญหาเรื่องเอกภาพของ สนช. และการบริหารงานขององค์กรอิสระในอนาคต รวมทั้งการบริหารอำนาจของ คสช.
เพราะตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น ดูตามร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีการลงประชามติวันที่ 7 สิงหาคมนี้ มีอำนาจเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมที่เป็นเพียงแค่องค์กรให้ข้อเสนอแนะที่แม้แต่อดีต นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ยังไม่รับฟังข้อเสนอในเรื่องโครงการจำนำข้าว โดยให้เหตุผลว่า ไม่มีกฎหมายใดบังคับให้ทำตาม
แต่หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ผ่านการลงประชามติ ผู้ตรวจการแผ่นดินก็จะมีดาบอาญาสิทธิ์มาถือไว้ในมือเลยทีเดียว
ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายแห่งชาติ ที่สามารถเสนอแนะบางประเด็นในสิ่งที่เห็นว่า อาจทำให้เกิดความเดือดร้อน หรือทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม หรือเป็นการสร้างภาระแก่ประชาชนโดยไม่จำเป็น หรือโดยไม่สมควร หากพบเจอในกฎหมายฉบับใด แม้แต่กฎหมายท้องถิ่น เช่น เทศบัญญัติ ก็สามารถบอกหน่วยงานผู้บังคับใช้กฎหมายให้แก้ไขได้
หรือจะเป็นงานที่เรียกว่า พนักงานสอบสวนแห่งชาติ มีภารกิจในการแสวงหาข้อเท็จจริงเมื่อเห็นว่า หากเจ้าหน้าที่รัฐ องค์กรของรัฐปฏิบัติผิดกฎหมาย ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือนอกเหนือกฎหมาย ก็แจ้งไปยังหน่วยงานนั้นแก้ไข ขจัด ยุติได้
และยังทำหน้าที่เป็น ผู้ตรวจราชการประเทศไทย ตรวจตราทั้ง 20 กระทรวง 140 กรม 50 รัฐวิสาหกิจ 40 องค์การมหาชน หากพบว่าหน่วยงานใดยังไม่ได้ทำหน้าที่ของตนเองให้ถูกต้องครบถ้วน ก็รายงานให้คณะรัฐมนตรีและถ้า ครม.รู้แล้วทำเฉย สามารถส่ง ปปช.ตรวจสอบได้
นอกจากนี้ ยังมีอำนาจเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยว่ากฎหมายใดขัดต่อรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเสนอต่อศาลปกครอง ให้วินิจฉัยว่า กฎ คำสั่ง หรือการกระทำของหน่วยงานรัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่อีกด้วย
ที่สำคัญ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยังเป็นคณะกรรมการสรรหา คณะกรรมการกิจการโทรทัศน์ กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. อีกด้วย

ข่าวล่าสุด