รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ นายประเสริฐ วงษ์นา ซึ่งดูแลพื้นที่บนเกาะพีพี บอกถึงการมาตรการในการจัดการปัญหาน้ำเสียบนเกาะพีพี ว่า ที่ผ่านมาน้ำเสียบนเกาะพีพีมีปริมาณประมาณ 1500-1600 ลูกบาศก์เมตร ขณะที่บ่อบำบัดน้ำเสียส่วนกลางสามารถรองรับน้ำเสียได้เพียง 300 ลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ซึ่งไม่สามารถที่จะรองน้ำเสียทั้งหมดได้ ทำให้ผู้ประกอบการบางแห่งปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเล
ดังนั้น เพื่อให้ผู้ประกอบการมีจิกตสำนึก ไม่ปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเล จึงได้ทำโครงการสำรวจน้ำเสียทั้งหมดของหมู่ 7 และหมู่ 8 ต.อ่าวนางที่มีปัญหา โดยทำการสำรวจทั้งหมด ทั้งโรงแรม บ้านเรือน ร้านค้า ซึ่งสำรวจเสร็จไปแล้วกว่า 151 แห่งจาก 160 แห่ง พบว่า ผู้ประกอบการกว่า 90% ไม่มีการบำบัดน้ำเสีย ทาง อบต.จึงเข้าไปให้ความรู้และคำแนะนำในการบำบัดน้ำเสีย เช่น การทำบ่อดักไขมัน และได้กำหนดระยะเวลาให้แก้ไข
โดยแบ่งเป็น 3 ระดับคือ โรงแรมขนาดใหญ่จะให้เวลาในการดำเนินการ 90 วัน โรงแรมขนาดกลางและร้านอาหารขนาดใหญ่ให้เวลา 60 วัน ส่วนบ้านเรือนและร้านอาหารขนาดเล็กให้เวลา 30 วัน ซึ่งหากครบกำหนดเวลายังไม่มีการดำเนินการทาง อบต. จะจัดการตามกฎหมาย ส่วนผู้ประกอบการนั้นอาจจะไม่ต่อใบอนุญาตในการประกอบการให้
นอกจากนี้ ทางกรมควบคุมมลพิษได้ลงมาสำรวจพื้นที่แล้ว 2 ครั้ง เพื่อทำการออกแบบระบบบำบัดน้ำเสีย คาดว่าจะใช้งบประมาณ 450 ล้านบาท ซึ่งหากเกาะพีพีสามารถจัดการปัญหาน้ำเสียได้จริงจะเป็นเกาะแรกของไทยที่จัดการได้อย่างสมบูรณ์แบบ