เนชั่นทีวี

ข่าว

"กีรติ"เจ้าของห้องเสื้อดัง ประกาศ! ปิดกิจการ ขอใช้เวลาที่เหลือในชีวิต ดูแลแม่

23 มิ.ย. 2559 |

"กีรติ"เจ้าของห้องเสื้อดัง ประกาศ! ปิดกิจการ
ขอใช้เวลาที่เหลือในชีวิต ดูแลแม่

ความคืบหน้ากรณีนายกีรติ หรือตั้ว ชลสิทธิ์ อายุ 61 ปีดีไซเนอร์และเจ้าของห้องเสื้อ"ดวงใจบีส" เข้าพบ พ.ต.ท.ธรรมรักษ์ เรืองดิษฐ์ สว. (สอบสวน) สน.พญาไท ลงบันทึกประจำวัน ภายหลังนายอาภากร นัยวัฒน์ พี่ชายต่างบิดาและภรรยา พาตัวนางสมพร ชลสิทธิ์ อายุ 90 ปีมารดาซึ่งป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ออกจากโรงพยาบาลวิชัยยุทธและหายตัวไปอย่างไรร่องรอย เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุดเวลา 14.45น.วันที่ 23 มิ.ย.นายกีรติ ได้พบตัวนางสมพร มารดารักษาตัวที่โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมนำตัวกลับมารักษาต่อที่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์

นายกีรติ กล่าวว่า หลังจากไปลงบันทึกประจำวันที่ สน.พญาไท วันนั้นได้ออกตามหามารดาไปทุกที่ จนเวลา 20.00 น.วันที่ 21 มิ.ย.ได้รับการติดต่อจากคนรู้จักว่า มีผู้ป่วยนามสกุลเดียวกับตนกำลังรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา จึงเดินทางไปตรวจสอบปรากฏว่า เป็นมารดาของตนจริง  ซึ่งตอนไปขณะนั้นมารดานอนหลับอยู่ และเมื่อตื่นขึ้นมาก็แสดงอาการว่า จำตนไม่ได้ แต่เมื่อผ่านไปซักระยะ มารดามีทีท่าว่า จำได้และทักทายยิ้มแย้มปกติ  ซึ่งต่างจากที่ฟังจากที่แพทย์ผู้ตรวจรักษาว่า ช่วงมารดามารักษาตัวแรกๆมีอาการอ่อนเพลีย แววตาเหม่อลอย  

" เมื่อแม่มีการดีขึ้น  เลยตัดสินใจพากลับมารักษาตัวที่ กทม. ซึ่งก่อนที่พาแม่มานั้น ทางคู่กรณีคือพี่ชายและภรรยาของเขาได้โทรมาพูดในทำนองจะไม่ให้เอาแม่ไป  แต่ตนตัดสินใจแล้วว่า จะพาแม่กลับมารักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราชฯ  เพราะก่อนหน้าแม่เคยรักษาตัวอยู่ที่นี่  โดยก่อนหน้านี้ไม่รู้เลยว่า เขาเอาแม่ไปไว้ที่ไหนและไม่กล้าที่จะตามหาจากคู่กรณีเพราะเกรงว่า ตัวเองจะไม่ปลอดภัย  ในที่สุดก็ได้แม่คืนมา รู้สึกดีใจที่สุดในชีวิต หลังจากนี้จะเร่งทำงานตัดสุดให้เสร็จซึ่งมีค้างอยู่  6-7 ชุดจากนั้นจะปิดกิจการ ขอใช้เวลาที่เหลือในชีวิตดูแลแม่อย่างดีที่สุด " นายกีรติ กล่าวและว่า 

"กีรติ"เจ้าของห้องเสื้อดัง ประกาศ! ปิดกิจการ
ขอใช้เวลาที่เหลือในชีวิต ดูแลแม่


วันนี้แพทย์ตรวจสุขภาพมารดา พบว่า แข็งแรงดี จากนี้จะพาไปพักที่บ้านย่านพระราม 6 ซึ่งเป็นบ้านของแม่และจะจ้างบอดี้การ์ดมาดูแลความปลอดภัยด้วย ส่วนวันที่ 26 ก.ค.จะไปขึ้นศาลเยาวชนและครอบครัวกลางฟังคำศาลพิจารณา  เพราะก่อนหน้านี้ได้ยื่นเรื่องขอเป็นผู้อนุบาลแม่แต่เพียงผู้เดียว  สำหรับเรื่องมรดกที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ที่มีการแย่งกันนั้น  ไม่ใช้ประเด็นสำคัญหากอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด  ทั้งนี้เรื่องคดีความเรื่องที่แม่หายไปไม่ได้ติดใจ  เพราะได้แม่คืนมาแล้ว  ส่วนคดีที่คู่กรณีแจ้งความว่า ตนขโมยตู้เซฟนั้น ขอชี้แจ้งว่าตู้เซฟนั้นเป็นของแม่ตน  และยังไม่ได้รับการประสานใดๆจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในคดีดังกล่าวคงต้องปล่อยไปตามกระบวนการยุติธรรม

ข่าวล่าสุด