ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ต.แสนทอง อ.ท่าวังผา จ.น่าน นายธูป นาคเสน เจ้าของไผ่ยักษ์น่านและเกษตรกรผู้เลี้ยงต้นไผ่ ได้นำผู้สื่อข่าวไปที่บ้านพักของตน ซึ่งภายในเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ต้นไผ่ต่างๆ กว่า 800 ชนิด จากทั่วทุกมุมโลก โดยล่าสุด ได้ค้นพบไผ่ซางกลายพันธุ์ที่ไม่เคยเห็นที่ใดมาก่อน โดยลักษณะเป็นต้นไผ่ขนาดความกว้าง 3 นิ้ว สูง 1.5 เมตร ผิวเนื้อไม้เป็นสีชมพูอ่อน และบางส่วนก็เป็นสีแดงคล้ายกับผลเบอร์รี่ และด้วยประสบการณ์ด้านการศึกษาไผ่เกือบทุกชนิดทั่วทุกมุมโลก ประกอบการกับการยืนยันจากนักวิชาการด้านการเกษตร
คือ ดร. ศราวุธ สังแก้ว ผู้อำนวยการ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านไผ่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ได้เดินทางมาจังหวัดน่าน ระบุว่า ไม่เคยเห็นไผ่ซางแบบนี้มาก่อน และคิดว่านี่เป็นไผ่ซางสีชมพูต้นแรก ซึ่งถือว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่ของโลกที่ถูกค้นพบบริเวณพื้นป่าของ จ.น่าน
นายธูป นาคเสน เจ้าของสวนไผ่ยักษ์น่าน เปิดเผยว่า โดยส่วนตัวเป็นคนชอบสะสมไผ่ชนิดต่างๆ มานานกว่า10ปี ดน ปัจจุบันมีต้นไผ่ที่สะสมร่วมกว่า 800 สายพันธุ์จากทั่วทุกมุมโลก เนื่องจากมองว่าไผ่ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างได้รายงาม ให้แก่เกษตรกร และด้วยจังหวัดน่านกว่าร้อยละ 85 เป็นพื้นที่ป่า ซึ่งค่อนข้างมีความสมบูรณ์เรื่องระบบนิเวศน์ มีภูเขาสูง อากาศเย็นตลอดปี เหมาะแก่การเจริญเติบโตของต้นไผ่หลายชนิด ที่ผ่านมา ได้มีการประกาศจ้างชาวบ้าน หากใครพบไผ่ชนิดใดที่แปลกประหลาดให้นำมาขายให้กับตน ซึ่งปรากฏว่า เมื่อเร็วๆนี้ ได้มีกลุ่มชาวบ้านนำต้นไผ่จำนวนหลายต้น ลักษณะแปลกประหลาด โดยเฉพาะเนื้อผิวที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มีลักษณะเป็นสีชมพูอ่อนไปถึงจนถึงแดงเข้มคล้ายกับผลเชอร์รี่ จึงได้ลงทุนซื้อจากชาวบ้านมาด้วยเงินจำนวนหลายหมื่นบาท โดยไผ่ซางสีชมพูกลายพันธุ์ มีโอกาสพบเพียง 1 ในล้านต้นเท่านั้น ถือเป็นไผ่ซางหายาก
นายธูป เล่าต่อไปว่า ได้นำภาพดั่งกล่าวให้เพื่อนชาวต่างชาติดู ซึ่งต่างก็เห็นพ้องที่จะขอซื้อต้นไผ่ซางสีชมพูดังกล่าวด้วยเงินจำนวน 100,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงมากสำหรับไผ่ 1 ลำต้น และได้ปฏิเสธการซื้อขายมาโดยตลอด เนื่องจากต้องการศึกษาอย่างละเอียดถึงไผ่ซางสีชมพูต้นนี้ว่า มีที่มาที่ไปอย่างไร ลักษณะการกลายพันธุ์เป็นแบบไหน และจะสามารถเพาะเลี้ยงได้เหมือนไผ่ต้นอื่นๆ ได้หรือไม่ ขณะนี้นั้นยังไม่มีการตั้งชื่อหรือจดทะเบียนใดๆ ทั้งสิ้น และยังอยู่ในความดูแลของตนทุกต้น พร้อมได้รับการยืนยันจากสมาคมไผ่แห่งอเมริกา หรือ ABS(American Bamboo Society) ว่า ไม่เคยพบเห็นไผ่ชนิดนี้มาก่อน และขอให้ทางนายธูป นาคเสนให้ทำการศึกษาต่อไป