รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายอดิศร นุชดำรงค์ บอกว่า หลังการขนย้ายเสือโคร่งของกลางทั้งหมด 147 ตัวออกจากวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน จ.กาญจนบุรี แล้วเสร็จ พบว่าที่วัดยังมีสัตว์ป่าอื่นๆ เช่น ละอง ละมั่ง นกยูง รวมทั้งสิงโตถูกเลี้ยงภายในวัด แต่เนื่องจากสิงโต ไม่ใช่สัตว์ป่าคุ้มครองของไทยแต่อยู่ภายในบัญชีไซเตส จึงต้องตรวจสอบการขออนุญาตนำเข้าและการเคลื่อนย้ายมาว่าถูกต้องหรือไม่ ขณะเดียวกันยังได้ขอพบ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอให้โอนคดีเรื่องเสือของวัดป่าหลวงตาบัวฯ ให้ส่วนกลางเข้าไปคุมคดี
นายอดิศร บอกว่า เบื้องต้นยังได้รับประสานจาก พ.ต.อ.บัญชา ปั้นประดับ รองผู้บัง คับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ที่ติดตามการขนย้ายเสือโคร่งและลูกเสือโคร่งอย่างน้อย 20 ตัวที่คาดว่าจะถูกแอบขนย้ายก่อนที่จะเริ่มขนย้ายเสือตัวใหญ่ โดยบก.ปทส.จะช่วยติดตามเส้นทางการลักลอบค้าสัตว์ป่า นอกจากนี้กรมอุทยานฯจะขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาว่ายังได้ป้อนนมลูกเสือโคร่ง หรือมีภาพถ่ายหลักฐานที่ยืนยันที่ชัดเจน ให้แจ้งเบาะแสมาเพื่อสืบเสาะในการหาลูกเสือที่หายไป ส่วนการย้ายสิงโต จะต้องดูข้อมูลทางคดีก่อน เพราะจะได้ไม่เกิดปัญหาตามมา
ขณะที่สัตวแพทย์หญิงกิตติยาภรณ์ เอี่ยมสะอาด สัตวแพทย์ฝ่ายสุขภาพสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ตั้งข้อสังเกตจากการขนย้ายว่า มีแม่เสือโคร่งจำนวน 10 ตัวและบางตัวพบมีน้ำนมไหลออกมาด้วย สันนิษฐานว่าอาจเพิ่งคลอดลูกออกมาแต่ไม่ระบุชัดเจนเรื่องช่วงเวลาเพราะต้องรอผลตรวจเลือด แต่ทั่วไปเสือจะมีลูกคราวละ 2-3 ตัว