จับ "แท็กซี่" โกงค่าโดยสารสาวตุรกี -ชกเหยื่อหวังชิงกระเป๋า

อีกแล้ว...ตำรวจท่องเที่ยวจับคนขับแท็กซี่! โกงค่าโดยสารนักท่องเที่ยวสาวชาวตุรกี แถมชกเหยื่อหวังชิงกระเป๋า
ข่าว
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้จับกุม นายวัชระ ทาน้อย คนขับรถแท็กซี่สาธารณะ ในข้อหาชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปเพื่อให้พ้นการจับกุม ตามหมายศาลจังหวัดกบินทร์บุรี โดยจับกุมได้ที่บ้านพักในซอยพหลโยธิน 48 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. พร้อมของกลางหนังสือเดินทางประเทศตุรกีของผู้เสียหาย คอมพิวเตอร์แบบพกพา 1 เครื่อง และรถยนต์เก๋งแท็กซี่โตโยต้า สีชมพู
การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีนักท่องเที่ยวสาวชาวตุรกี ได้เรียกแท็กซี่ที่มีนายวัชระเป็นคนขับจากท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อเดินไป อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยตกลงราคากันที่ 2,000 บาท และผู้โดยสารจะต้องเติมแก๊สให้
ทั้งนี้ เมื่อเดินทางออกจากสนามบินดอนเมือง และเดินทางมาถึง อ.กบินทร์บุรี จึงได้แวะเติมแก๊สที่ปั๊ม ผู้เสียหายได้สังเกตตลอดเวลาว่าได้เติมแก๊สไปเพียง 277 บาท แต่นายวัชระได้เรียกเงิน 500 บาท ทำให้ทั้งคู่มีปากเสียงกัน จากนั้นผู้เสียหายได้ยื่นเงินให้ 15 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 525 บาท แต่นายวัชระได้แจ้งค่าโดยสารใหม่ว่า ผู้เสียหายต้องจ่ายค่าโดยสารอีก 500 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 17,500 บาท ทำให้เกิดการโต้เถียงกันภายในรถ ผู้เสียหายจึงขอให้ผู้ต้องหาพาไปที่สถานีตำรวจ แต่ผู้ต้องหาบอกว่า ถ้าไม่จ่ายค่าโดยสารตามที่บอกจะพาผู้เสียหายกลับกรุงเทพฯ
จากนั้นผู้ต้องหาได้กลับรถ และจอดรถริมถนนสายสุวรรณศร 33 หลักก.ม.ที่ 206-207 โดยผู้ต้องหาได้หันกลับมาทางเบาะหลังของรถ พร้อมกับลงมือคว้ากระเป๋าของผู้เสียหาย กระทั่งเกิดการยื้อแย่งกระเป๋ากันขึ้นภายในรถ ผู้ต้องหาจึงได้ใช้มัดชกเข้าที่บริเวณกกหูด้านขวาของผู้เสียหาย จนได้รับบาดเจ็บ ต่อมาผู้เสียหายได้พยายามเปิดประตูรถ จนสามารถหนีเอาตัวรอดออกมาได้ พร้อมกับวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากประชาชนบริเวณใกล้เคียง ก่อนเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังตะเคียน ได้ประสานงานไปยังตำรวจท่องเที่ยว เพื่อให้ดำเนินการสืบสวนและจับกุมผู้กระทำความผิด จนกระทั่งทราบว่า ผู้ต้องหาที่ก่อคดีรายนี้คือ นายวัชระ ดังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขออนุมัติศาลขอหมายจับ พร้อมกับเดินทางเข้าจับกุมผู้ต้องหาเอาไว้ได้ในเวลาต่อมา