ในเวบไซต์ https://offshoreleaks.icij.org จะมีรายชื่อบริษัทนอกอาณาเขต หรือ ออฟชอร์เกือบ 214,000 แห่งจากที่ปรากฏใน"ปานามา เปเปอร์ส" หรือเอกสารจำนวน 11.5 ล้านฉบับที่รั่วไหลออกมาจากบริษัทกฎหมาย มอสแซค ฟอนเซกา ของปานามา ที่ให้คำปรึกษาและบริการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทนอกอาณาเขตในดินแดนปลอดภาษี หรือประเทศที่มีกฎหมายเอื้อต่อการปกปิดข้อมูลบริษัท
ในฐานข้อมูลเปิดเผยว่า บริษัทเหล่านั้นตั้งอยู่ใน 21 เขตอำนาจศาล เช่น รัฐเนวาด้าของสหรัฐ ฮ่องกง และเกาะบริทิช เวอร์จิ้น ไอแลนด์ รวมถึงเปิดเผยชื่อเจ้าของออฟชอร์ตัวจริง ตัวแทนถือครอง คนกลาง เช่น ธนาคาร และบริษัทกฎหมาย ที่เป็นตัวประสานงานติดต่อระหว่างมอสแซค ฟอนเซกา และเจ้าของออฟชอร์ตัวจริง ข้อมูลยังระบุถึงที่อยู่จดทะเบียนของบริษัทออฟชอร์ และการเชื่อมโยงระหว่างบริษัท เจ้าของ และคนกลาง
นอกจากนี้ในฐานข้อมูลยังมีรายชื่ออฟชอร์อีกกว่า 1 แสนแห่งที่เคยถูกเปิดโปงโดยไอซีไอเจเมื่อปี 2556
แต่ในฐานข้อมูลไม่ได้แสดงบัญชีธนาคาร การติดต่อทางอีเมล์ และการทำธุรกรรมทางการเงินที่ปรากฎในเอกสารปานามา เปเปอร์ส
เอกสารจากมอสแซค ฟอนเซการั่วไหลถึงหนังสือพิมพ์ซุดดอยช์ ไซตุง ในเยอรมนี ซึ่งได้ส่งต่อข้อมูลนี้ให้ไอซีไอเอจร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูล ก่อนจะเผยแพร่ข้อมูลบางส่วนเมื่อเดือนเม.ย. ระบุชื่อผู้นำโลกทั้งในปัจจุบันและอดีต 12 คน นักการเมืองกว่า 128 คน นักธุรกิจ ธนาคาร บุคคลมีชื่อเสียงในวงการบันเทิงและกีฬา ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทออฟชอร์
ข้อมูลดังกล่าวสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วโลกทำให้เกิดกระแสในหลายประเทศเรียกร้องให้มีการสอบสวน ส่งผลให้นายกรัฐมนตรีของไอซ์แลนด์และรัฐมนตรีอุตสาหกรรมของสเปนต้องลาออก และประธานาธิบดีของอาร์เจนตินาเผชิญกระแสประท้วงกดดันให้ลาออก นายกรัฐมนตรีของอังกฤษต้องชี้แจงว่าเคยมีหุ้นในบริษัทออฟชอร์ของบิดา
แต่มอสแซค ฟอนเซกา โต้แย้งว่าบริษัทไม่ได้ทำผิดกฎหมาย โดยดำเนินการช่วยเปิดบัญชีเงินฝากนอกอาณาเขตและจัดตั้งบริษัทนอกอาณาเขตให้ลูกค้าเท่านั้น และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องว่าบัญชีเงินฝากหรือบริษัทเหล่านั้นถูกนำไปใช้อย่างไร