เนชั่นทีวี

ข่าว

ศาลทหาร ให้ฝากขัง "แม่จ่านิว" 12 วัน

08 พ.ค. 2559 | lastman

ศาลทหาร ให้ฝากขัง "แม่จ่านิว" 12 วัน

เช้าวันนี้ พรักงานสอบสวน ปอท. ได้นำตัว แม่ของจ่านิว ออกจากกองปราบปราบ ไปขออำนาจศาลทหารฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ตามความผิด ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดย จ่านิว เองก็ได้เดินทางมารับฟังการพิจารณาคดีด้วย ผลจะเป็นอย่างไรติดตามจากผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี อโนทัย สกุลทอง

ศาลทหารอนุญาตให้ฝากขังแม่จ่านิว ผู้ต้องหาคดี ม.112 และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ผัดแรกเป็นเวลา12 วัน ตั้งแต่ 8-19 พ.ค. ระบุต้องสอบพยานเพิ่มอีก 7 ปาก และตรวจสอบคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ นำตัวส่งทัณฑสถานหญิงกลาง ด้านทนายความ ยื่นหลักทรัพย์ 500,000 บาท ประกันตัว ส่วนจ่านิว ยืนยัน เคลื่อนไหวต่อในจุดยืนเดิม

ช่วงเช้าวันนี้ พนักงานสอบสวน ปอท.ได้นำตัว น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ หรือแม่ของจ่านิว สิรวัชญ์ เสรีธิวัฒน์ เดินทางที่กรมพระธรรมนูญ ศาลทหารกรุงเทพ เพื่อขออำนาจศาลฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 ร่วมกันกล่าวร้ายพาดพิงสถาบันเบื้องสูง และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังศาลทหารออกหมายจับเมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยวันนี้ น.ส.พัฒน์นรี ก็มีสภาพค่อนข้างเครียด เมื่อเดินทางมาถึง ซึ่งวันนี้จ่านิว และทีมทนายความ ก็ได้เดินทางมาที่ศาลทหาร เพื่อเข้ารับฟังการพิจารณาคดีของศาลด้วย โดยจ่านิว หรือนายสิรวิชญ์ มีสีหน้าเคร่งเครียดเช่นกัน

ต่อมา เวลา 09.30 น.ตุลาการศาลทหารนั่งบัลลังก์ พิจารณาคำร้องขอฝากขัง โดยพนักงานสอบสวนร้องขอฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ให้เหตุผลว่าต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีก 7 ปาก ต้องตรวจสอบคอมพิวเตอร์ของผู้ต้องหาและโทรศัพท์มือถือที่ตรวจยึดมา พร้อมทั้งตรวจสอบประวัติลายนิ้วมือ รวมถึงคดีมีอัตราโทษสูงเกิน 10 ปี จึงต้องคัดค้านการประกันตัวตามระเบียบ

ทางทนายความของ น.ส.พัฒน์นรี ได้คัดค้านการฝากขังใน 4 ประเด็น โดยให้เหตุผลว่า ผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี 2.เห็นว่ายังไม่เข้าข่ายองค์ประกอบความผิดตามข้อกล่าวหา 3.ผู้ต้องหาไม่อาจไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานได้ และ 4 การคุมขังผู้ต้องหาไว้จะส่งผลทำให้ครอบครัวเดือดร้อน โดยทนายความได้อ้างท้ายคำร้องในชั้นสอบสวน ที่พนักงานสอบสวนมีความเห็นให้ประกันตัวเพราะมามอบตัวตามระเบียบแต่ผู้บังคับบัญชาไม่เห็นควร ศาลพิจารณามีความเห็นว่า ให้ฝากขัง น.ส.พัฒน์นรี ตามคำร้องของพนักงานสอบสวนเป็นเวลา 12 วันตั้งแต่วันที่ 8-19 พ.ค.โดยให้นำตัวไปส่งที่ทัณฑสถานหญิงกลาง

ด้านทนายความ ภาวิณี ชุมศรี ยืนยันว่า ผู้ต้องหาไม่สามาถยุ่งกับพยานหลักฐานได้ ตามคำร้องที่ขอคัดค้านการฝากขัง เพราะผู้ต้องหาถูกคุมตัวอยู่ แต่ศาลเห็นว่า คำร้องของทนายเป็นข้อโต้แย้งการสู้คดี ทนายความจึงยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 500,000 บาท เพื่อขอประกันตัว ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล และมองว่าพฤติการณ์ของผู้ต้องหาไม่ได้แสดงความเห็นอะไร แต่เป็นเพียงการกระทำจากบุคคลอื่น จึงเห็นว่าศาลน่าจะหยิบยกไปพิจารณา

ส่วนกรณีที่ตำรวจได้เข้าตรวจยึดคอมพิวเตอร์ของ น.ส.พัฒน์นรี ที่บ้านพักส่วนตัวเมื่อวานนี้ ทางทนายได้ตั้งจ้อสังเกตุถึงความไม่โปร่งใส เนื่องจากขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ขอเปิดคอมพิวเตอร์มีเด็กและคนแก่อยู่ภายในบ้าน ซึ่งมองว่าถ้ากระบวนการโปร่งใส ควรจะรอนายสิรวิชญ์ หรือจ่านิว และแม่ของจ่านิว เป็นผู้นำตรวจ รวมถึงถ้าจะยึดคอมพิวเตอร์เป็นหลักฐานสำคัญควรไปดำเนินการตรวจยึดตั้งแต่วันที่เข้ามอบตัวไม่ใช่ยึดในภายหลัง และการเปิดข้อมูลในชั้นแรกเป็นไปด้วยมิชอบ ทั้งนี้ต้องดูพยานหลักฐานก่อนว่าจะดำเนินกลับอย่างไรหรือไม่

การต่อสู้คดีหลังจากนี้ แม่ของจ่านิว จะขอทำคำให้การเป็นหนังสืออีกครั้ง เพื่อจะขอสู้คดีอย่างเต็มที่ ทั้งนี้การเตรียมพยานเพื่อต่อสู้คดีนั้น จะให้นักวิชาการที่มีความเห็นในเรื่องนี้มาแสดงความเห็น และบุคคลใกล้ชิดมานำสืบพฤติการณ์ของแม่

ขณะที่นายสิรวิชญ์ หรือจ่านิว มองว่า การจับกุมแม่ของตนเองเป็นลูกไม้ของ คสช. ที่จะแม่มาเป็นตัวประกัน เพื่อให้ตนเลิกเคลื่อนไหว และมั่นใจว่าในทางกฎหมายไม่ผิด ส่วนตัวและยืนยันจุดยืนเดิมในการเคลื่อนไหว และหลังจากนี้ก็จะไปทำหน้าที่ดูแลครอบครัวแทนแม่ ซึ่งก็จะมีภาระเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้อาจจะส่งผลต่อการเรียนด้วยหากไม่ได้ประกันตัว ส่วนความรู้สึกของแท่และตนเองขณะนี้กำลังใจดีขึ้นแล้ว แม้จะรู้สึกช็อกไปบ้าง และไม่คิดว่า คสช.จะใช้วิธีการแบบนี้เป็นเครื่องมือ รวมถึงนายสิรวิชญ์ ยังบอกด้วยว่า ตอนนี้ตนยังไม่สามารถเข้าเฟสบุคของตัวเองได้เช่นกัน จึงต้องปรึกษาทีมทนายว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง

ข่าวล่าสุด