เนชั่นทีวี

ข่าว

"ออง ซาน ซูจี" ผู้นำเหนือรัฐธรรมนูญ

02 พ.ค. 2559 | lastman

"ออง ซาน ซูจี" ผู้นำเหนือรัฐธรรมนูญ

สาเหตุที่ทำให้นางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคเอ็นแอลดีไม่สามารถเป็นประธานาธิบดีเมียนมาร์ ได้ก็คือข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญ แต่ดูเหมือนว่าในทางปฏิบัติเธอคือผู้นำตัวจริง อำนาจทางการเมืองของซูจีในตอนนี้มีมากแค่ไหน พรรคเอ็นแอลดีกับฝ่ายกองทัพมีความขัดแย้งกันหรือไม่ ติดตามจากรายงานของคุณกิตติดิษฐ์ ธนดิษฐ์สุวรรณ

การเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมาร์เมื่อปลายปีที่แล้ว พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือเอ็นแอลดีของนางออง ซาน ซูจี คว้าชัยชนะได้อย่างถล่มทลาย แต่ฝ่ายกองทัพยังคงมีอำนาจจากที่นั่ง 25 เปอร์เซ็นต์ในสภาผ่านการแต่งตั้ง นอกจากนี้ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2551 มาตรา 59 เอฟ ยังกำหนดว่า ประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี พ่อหรือแม่ คู่สมรส บุตรหรือคู่สมรสของบุตร จะต้องไม่เป็นพลเมืองต่างชาติ ส่งผลให้นางซูจี วัย 70 ปี ไม่สามารถเป็นประธานาธิบดีได้ แต่ก่อนการเลือกตั้ง เธอบอกไว้ชัดเจนว่าหากไม่ได้เป็นประธานาธิบดี เธอก็จะอยู่เหนือประธานาธิบดี
ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่าออง ซาน ซูจีคือผู้นำตัวจริงของเมียนมาร์อย่างชัดเจน แต่คงเรียกว่าเป็นผู้นำเผด็จการไม่ได้
ส่วนประเด็นการคานอำนาจระหว่างจีน สหรัฐฯ และรัสเซีย ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์มองว่า เมียนมาร์ยังจำเป็นต้องพึ่งพาจีนอยู่มากทั้งในแง่ภูมิศาสตร์ที่อยู่ติดกันและเม็ดเงินการลงทุน ส่วนสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปมีอิทธิพลทางการเมืองมากกว่าทางเศรษฐกิจ

ด้านคุณณัฐพล ตันตระกูลทรัพย์ จากสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า ปัจจุบันพรรคเอ็นแอลดีสามารถกุมอำนาจทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการได้อย่างเบ็ดเสร็จ เพราะประธานาธิบดีเป็นผู้มีสิทธิ์แต่งตั้งตุลาการศาลสูงสุดและศาลรัฐธรรมนูญ แต่กองทัพก็ยังสามารถใช้อิทธิพลในด้านความมั่นคงคานอำนาจกับเอ็นแอลดีได้

ในแง่หนึ่ง การมีนางออง ซาน ซูจีเป็นผู้นำที่โดดเด่นจะช่วยให้การตัดสินใจของรัฐเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ในทางกลับกันสังคมก็จะเกิดความเคยชินจากการพึ่งพาปัจเจกบุคคลมากเกินไป และอาจส่งผลกระทบใหญ่หลวงได้หากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกิดขึ้นในอนาคต

ข่าวล่าสุด