หลังพบหลักฐานการก่อเหตุเผานั่งยาง ที่ป่าสงวนแห่งชาติเขือน้ำ หรือ สุสานเผานั่งยาง ล่าสุดมีจุดก่อเหตุ 23 จุด มีการเก็บหลักฐานอย่างละเอียด พบว่า มีเศษลวดยางรถยนต์ ชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ 9 จุด บางจุดพบกระดุมกางเกง ชิ้นส่วนแผงอิเลกทรอนิก ที่คาดว่าเป็นโทรศัพท์มือถือ จนญาติผู้สูญหาย นำหลักฐานการแจ้งความคนหายมาพบพนักงานสอบสวน ที่ สภ.บ้านผือ เพื่อลงบันทึกประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐานคนหาย ที่เคยแจ้งความไว้ก่อนแล้ว เพื่อพิสูจน์ดีเอ็นเอ จากจุดเผานั่งยาง
โดยขณะนี้ มีผู้มาแจ้งความประสงค์แล้วจำนวน 10 ราย โดยเฉพาะจากเขตพื้นที่ จ.อุดรธานี จาก อ.บ้านผือ อ.นายูง อ.เมือง อ.หมากแข้ง อ.กุดจับ อ.เพ็ญ และจาก อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู อ.เมืองขอนแก่น รวมทั้ง อ.นาอานจังหวัดเลย อีก 2 ราย จากการหลักฐานที่พบ การก่อเหตุ และการแจ้งคนหายที่ประสงค์ตรวจดีเอ็นรวมทั้งหมด 18 คน
โดยตำรวจภูธรภาค 4 ได้ตั้งกรรมการชุดคลี่คลายคดี 3 ชุดเพื่อแยกทำงานหาที่มาของหลักฐานทั้ง 23 จุด ส่วนชิ้นส่วนกระดูกที่ส่งไปตรวจที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ มีนักวิทยาศาสตร์ชีวะจุลสาร หรือดีเอ็นเอ ที่ตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อสกัดดีเอ็นเอ เนื่องจากกระดูกที่ได้ส่วนใหญ่จะเก่าบางชิ้นมากกว่า 10 ปี และยังถูกเผาด้วยความร้อนสูง ภายใน 1-2 สัปดาห์น่าจะรู้ผล
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. บอกว่า หลังจากผลดีเอ็นเอออกมา ตำรวจถึงจะรื้อคดี เช่น คดีของนางกุหลาบ อินทร์ศรี ที่ถูกฆ่าและอำพรางศพเมื่อปี 2552 มีการซัดทอดตำรวจ 2 รายที่ สภ.บ้านผือ เป็นคนรับจ้างยิง สารภาพชั้นสอบสวน แต่ปฏิเสธชั้นศาลหลักฐานไม่ถึงไม่พบศพ ซึ่งถ้าตรวจผลดีเอ็นเอออกมาตรงกับญาติก็จะรื้อคดี คนผิดก็ต้องถูกลงโทษ
ด้าน พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงศ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ญาติบุคคลสูญหายเข้าแจ้งความ แล้ 17 ราย ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ของทางนิติเวช ส่วนคดีนางกุหลาบ อินทร์ศรี แม่แอร์โฮสเตส ที่ถูกอุ้มหาย ทางญาติจะเข้าพบ รอง ผบ.ตร.วันศุกร์นี้ เวลา 15.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งคดีของนางกุหลาบ และนางบังอร มีกลุ่มผู้ต้องสงสัยอยู่แล้วว่าใครเป็นผู้ลงมือ เมื่อมีหลักฐานใหม่ก็สามารถที่จะรื้่อคดีขึ้นมาได้