รวบหนุ่มโคลัมเบีย หัวหน้าแก๊งตระเวนลักทรัพย์
22 เม.ย. 2559 | jirasin_yin

รวบหนุ่มสัญชาติโคลัมเบีย หัวหน้าแก๊งตระเวนลักทรัพย์ เคยยกเค้าบ้านอดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ประพันธ์ คูณมี
ข่าว
22 เม.ย. 2559 | jirasin_yin

รวบหนุ่มสัญชาติโคลัมเบีย หัวหน้าแก๊งตระเวนลักทรัพย์ เคยยกเค้าบ้านอดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ประพันธ์ คูณมี
กองกำกับการ1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว เมื่อเวลา00.30น. วันที่ 22เมษายน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. พ.ต.อ.นิธิธร จินตนากานนท์ รองผบก.ทท. พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผกก.สส.น.2 พ.ต.ท.บวรภพ สุนทรเลขา สว.สส.ทท.2 กก.1 บก.ทท. และ พ.ต.ต.ศิลา ตันตระกูล สว.งานสืบสวนกก.1 บก.ทท. แถลงผลการจับกุม นายหลุยส์ เฟอร์นาโด ปาร์รา ซานเชส(MR.LUIS FERNANDO PARRA SANCHEZ) สัญชาติ โคลัมเบีย ในข้อหา เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักร โดยการอนุญาตสิ้นสุด ตามพ.ร.บ.คนเข้าเมือง2522 สามารถจับกุมได้ที่ร้านอาหารตามสั่ง ไม่ทราบชื่อ ภายในซอยรามคำแหง65 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม. ซึ่งผู้ต้องหามีพฤติการณ์เป็นหัวหน้าแก๊งชาวโคลัมเบียที่ตระเวนก่อเหตุโจรกรรมทรัพย์สินประชาชนพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อปี2554-ปัจจุบันแก๊งผู้ต้องหาได้ก่อเหตุในพื้นที่จ.ชลบุรี และจ.สมุทรปราการ ต่อมาในปี2558 แก๊งของผู้ต้องหา ได้เข้ามากระทำความผิดในพื้นที่สน.บางเขน ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา จำนวน 3 ราย ในข้อหาลักทรัพย์ และได้ดำเนินการตามกฎหมายไปเรียบร้อยแล้ว ในขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่านายหลุยส์ เฟอร์นาโด ปาร์รา ซานเชส ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งของกลุ่มคนดังกล่าว มีพฤติกรรมให้ความช่วยเหลือ โดยการเช่าบ้านพัก และรถยนต์ในการก่อเหตุ แต่เนื่องจากทุกครั้งที่มีการก่อเหตุนายหลุยส์ เฟอร์นาโด ปาร์รา ซานเชส ไม่ได้อยู่ด้วยในที่เกิดเหตุด้วย ทำให้มีหลักฐานไม่เพียงพอ ในการขออนุมัติหมายจับของศาลอาญา แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหลักฐานว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมในการช่วยเหลือแก๊งดังกล่าว ไปยื่นเรื่องการเพิกถอนวีซ่า จากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหากบดานภายในบ้านพักย่านรามคำแหง จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม ทั้งนี้แก๊งดังกล่าวเคยก่อเหตุมาแล้ว จำนวน 2 ครั้ง ในพื้นที่สน.บางเขน และ สน.คันนายาว หนึ่งในผู้เสียหายคือ นายประพันธ์ คูณมี อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่บ้านถูกยกเค้าไปเมื่อปี2558
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การยอมรับว่าเป็นผู้เช่าบ้านและรถดังกล่าวจริงแต่ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นหัวหน้าแก๊งที่ร่วมกันก่อเหตุโจรกรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกชื่อผู้ต้องหาลงแบล็คลิสต์ ห้ามเข้ามาในประเทศไทยเป็นเวลา 5 ปี และจะควบคุมตัวส่งพนง.สตม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป