เมื่อเวลา10.30น. วันที่21เม.ย. 59 พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รอง ผบช.ภ.4 พร้อม พล ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 บินด่วนด้วยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อติดตามข้อเท็จจริง หลังพบแหล่งทำลายศพด้วยการเผาหรือเผานั่งยาง ที่ป่าบ้านคำบอนเวียงชัย ม.3ต.หนองแวง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี หลังจากมีการนำเสนอข่าวย้อนรอย การฆาตกรรมเผานั่งยาง นางบังอร ทองอ่อน อายุ57ปี นายทุนเงินกู้ ต.โนนทอง อ.บ้านผือ ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่9มิ.ย. 57โดยพบว่าบริเวณเดียวกันมีการฆ่าและนำศพมาเผาอำพรางจำนวนมาก
พ.ต.อ.จักรฎ์กฤษณ์ จันทรรัตน์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.พรชัย บุญรอด ผกก.สภ.บ้านผือ นำคณะเดินเท้าเข้าไปยังพื้นที่ เป็นทางเกวียน 400เมตร อยู่ในป่าที่ชาวบ้านเรียกว่าโคกเฒ่าคำภา ถนนกุดจับ-หนองแวง บ้านคำบอนเวียงชัย ต.หนองแวง ทางเข้ามีศาลพระภูมิ และเครื่องเซ่นไหว้สะเดาะเคราะห์ วางทิ้งอยู่จำนวนมาก สภาพป่าโปร่งใกล้เชิงเขา แต่ถูกไฟไหม้เมื่อ2สัปดาห์ก่อน ทำให้มองเห็นพื้นดินได้อย่างชัดเจน พบการเผาทำลายศพ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2ไร่
นพ.ทวีรัตน์ ศรีกุลวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านผือ พร้อมตำรวจพิสูจน์หลักฐานพนักงานสอบสวนจาก สภ.บ้านผือ และ ภ.จว.อุดรธานี นำคณะ พล.ต.ท.บุญเลิศ ชี้แจงการร่วมกันตรวจเก็บหลักฐาน จุดที่พบว่ามีร่องรอยการเผา15จุด แต่ละจุดมีความแตกต่างกัน โดยได้เก็บหลักฐาน3อย่าง คือ กระดูกที่หลงเหลือ เศษเชื้อเพลิง คือ ยางรถยนต์ และลวด วัตถุพยานอื่น อาทิ กระดุมเหล็กหัวเข็มขัดนาฬิกา และเครื่องประดับ โดยแยกออกจากกันทั้ง15จุด ต่อมาพบเพิ่มอีก1จุด เบื้องต้นมีซากเผาที่มีกระดูก 8 จุด ส่วนจุดอื่นคาดว่าถูกเผามานานหลายปีจึงไม่พบซากกระดูก
พ.ต.อ.พรชัย ชี้แจงว่า จุดที่1เป็นจุดที่มีการพบศพถูกเผานั่งยาง เมื่อ9มิ.ย.57ซึ่งขณะนั้นเป็นฤดูฝนต้นไม้ขึ้นรกทึบ การสอบตรวจสอบ ดีเอ็นเอ.ยืนยันว่าเป็นศพนางบังอร ทองอ่อน อายุ57ปี นายทุนเงินกู้ บ้านดงบัง ต.โนนทอง อ.บ้านผือ ที่หายจากบ้านไปพร้อมรถจักรยานยนต์ เมื่อ7เม.ย.57 โดยพบจักรยายนต์อยู่หลัง รร.บ้านหนองหัวคู ต.หนองหัวคู อ.บ้านผือ จนถึงขณะนี้ยังจับคนร้ายไม่ได้ รับแจ้งจากนักข่าวมาติดตามความคืบหน้าคดี พบพื้นที่ใกล้เคียงอาจมีการเผาทำลายศพอีก จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ส่งตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาตรวจตั้งแต่วานนี้
ด้านพล.ต.ท.บุญเลิศ กล่าวว่า จากการตรวจที่เกิดเหตุดูสภาพป่าและจุดยางที่ถูกเผา ที่เหลือเศษลวด และร่องรอย คาดว่าเป็นของเก่าที่ก่อเหตุมานาน อาจจะเป็นการเผานั่งยาง แต่น่าจะเกิดต่างปีต่างเวลา ต้องนำหลักฐานทั้งหมดไปตรวจพิสูจน์ โดยได้สั่งการให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน พนักงานสอบสวน รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลบ้านผือ เก็บรายละเอียดของแต่ละกองแยกกัน รวมทั้งสิ่งที่เหลือจากร่องรอยการเผาก่อนจะส่งตรวจว่ากระดูกที่พบเป็นของคนจริงหรือไม่จากการตรวจสอบพบเบื้องต้นขณะนี้ 16 จุด ที่จะแยกตรวจทางนิติเวช
หากผลตรวจมาเป็นกระดูกของคน จะต้องตรวจสอบเรื่องบุคคลสูญหายว่า มีใครที่หายไปจริง หายไปนานแค่ไหน และคนที่หายตายแล้วหรือไม่ เพื่อได้นำมาเปรียบเทียบ ซึ่งทั้งนี้ต้องรอผลทางนิติเวช ชิ้นส่วนกระดูกที่พบหากเป็นชิ้นใหญ่ สามารถตรวจได้ว่าตายเพราะสาเหตุใด เพราะหากยิ่งตรวจช้า พยานหลักฐานก็จะยิ่งน้อยลง เบื้องต้นตรวจหาบุคคลสูญหายย้อนลงไป ไล่ไปเป็นปีย้อนหลัง หากสงสัยว่าเป็นใคร จะนำญาติที่แจ้งบุคคลสูญหาย มาตรวจเปรียบเทียบหาดีเอ็นเอพล.ต.ท.บุญเลิศ กล่าว
สำหรับข้อซักถามว่า เป็นการกระทำของตำรวจนอกรีด หรือไม่ พล.ต.ท.บุญเลิศ กล่าวว่า อาจจะเป็นไปได้ ขึ้นอยู่กับการสอบสวน และการสอบผู้ที่เสียหายเข้าร้องเรียน หากจะว่าเป็นเรื่องของอดีตตำรวจที่ถูกออกจากราชการ ต้องติดตามตัวมาพิสูจน์ เพราะบุคคลพวกนี้จะทำอาชีพอื่นไม่เป็น ที่อาจจะไปรวมกลุ่มกันทำเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้ หากมีผู้ที่ญาติสูญหาย ที่ว่าถูกตำรวจอุ้ม ก็ขอให้มาให้ปากคำ พร้อมจะดำเนินการทันที ส่วนผู้ที่สูญหายหากเป็นคนต่างด้าว ก็อาจจะติดตามได้ยากขึ้น
ต่อมาเวลา 13.30 น. นายชยาวุธ จันทร ผวจ.อุดรธานี พร้อมด้วย พล.ต.ต.พีระพงษ์ วงศ์สมาน ผบก.ภ.จว. พ.อ.พิทักษ์ จันทร์เขียว เสนาธิการ มทบ.24 ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบและนายภูมิชัย ราชพิตร ภักดีวิเศษ นายอำเภอบ้านผือ เดินทางลงพื้นที่ดูข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง ก่อนมีคำสั่งให้นายอำเภอบ้านผือ เป็นแม่งานร่วมกับชาวบ้าน จัดงานทำบุญอุทิศส่วนกุศล ให้ดวงวิญญาณผู้ล่วงลับรอบพื้นที่นี้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เก็บรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จแล้ว
ขณะเจ้าหน้าที่กำลังเก็บหลักฐานที่เกิดเหตุ มีชาวบ้านทยอยเดินทางมาดูอย่างสนใจ ชาวบ้านสูงอายุ เล่าว่า 40 ปีที่แล้ว ถนนที่ผ่านบริเวณนี้ มีพ่อค้าวัวควายชื่อคำพาถูกโจรใช้มีดแทงเสียชีวิต ชิงเอาสร้อยคอทองคำและ จยย. ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณนี้ว่าโคกเฒ่าคำภาส่วนเด็กวัยรุ่นเล่าว่า ได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆแล้วว่า บริเวณนี้มีคนถูกเผานั่งยางแต่ตอนกลางวันก็ยังมีชาวบ้าน ออกมาหาเห็ด-ไข่มดแดง-อึ่ง มีคนเห็นซากอยู่บ้าง