ฤดูร้อนน้ำแล้ง ฤดูฝนน้ำท่วม สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยไม่มีแผนบริหารจัดการน้ำที่ชัดเจน ส่งผลกระทบทั้งด้านอุปโภคและบริโภค โดยเฉพาะด้านเกษตรกรรม รัฐบาลประกาศขอความร่วมมืองดทำการเกษตร ชาวบ้านได้รับผลกระทบ หลายชุมชน การเดินหน้าแก้ปัญหานี้จึงเป็นโจทย์ใหญ่
ล่าสุดสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) เลงเห็นว่าแท้จริงแล้วการจะมีน้ำใช้อย่างยั่งยืน ส่วนสำคัญที่สุดคือคนในชุมชนบริหารจัดการกันเอง โดยรัฐและเอกชนมีหน้าที่สนับสนุนอย่างเต็มที่
ซึ่งตอนนี้มีชุมชนที่บริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริ และประสบความสำเร็จ อย่างบ้านลิ่มทอง จังหวัดบุรีรัมย์ บ้านทับพริก จังหวัดสุราษฎธานี บ้านแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น โดยการเริ่มต้นจากแผนที่ทางสารสนเทศมองหาแหล่งน้ำในชุมชน หลังจากนั้นชาวบ้านคิดหาวิธีนำน้ำมาใช้หรือกักเก็บ อาจจะด้วยวิธีขุดสระน้ำของตัวเอง การสร้างฝายส่วนกลางในทางน้ำไหลภายในชุมชม
การบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน สามารถทำให้เกิดความยั่งยืนได้จริง นี้จึงกลายเป็นความหวังที่จะแก้วิฤกติภัยแล้ง
การเดินหน้าแก้วิกฤตนี้ ต่อจากนี้ไปภาครัฐอย่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้คำมั่นว่าจะให้การสนับสนุน โดยทั้ง 3 กระทรวงได้ลงนามความร่วมมือ "สารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการน้ำโดยเกษตรอย่างยั่งยืน" ภายใต้การทำงาน"รัฐประชาเพื่อเกษตรยั่งยืน