เนชั่นทีวี

ข่าว

กกต. ประกาศแล้ว 7 ส.ค. วันออกเสียงประชามติร่างรธน

18 เม.ย. 2559 | nation_ent

กกต. ประกาศแล้ว  7 ส.ค. วันออกเสียงประชามติร่างรธน

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) - 18 เม.ย. 59 - กกต.ประกาศ 7 ส.ค. วันออกเสียงประชามติร่างรธน.เป็นทางการแล้ว เตรียมเผยแพร่ร่างรธน.-สรุปสาระคัญ - คำถามพ่วงสนช. 23 พ.ค.นี้ ขณะที่ สนง. โร่แจง ใบปลิวทัวร์นอก เท็จทุกประเด็น ยัน กกต.ไม่เกี่ยวกำหนดตารางทัวร์

เมื่อเวลา 15.00 น. นายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รักษาการเลขาธิการสำนักงานกกต. แถลงว่า ที่ประชุมกกต.มีมติกำหนดให้วันที่ 7 ส.ค.เป็นวันออกเสียงประชามติ โดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 39/ 1 ที่กำหนดว่าหลังกกต.ได้รับสรุปสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ให้กกต.ประกาศกำหนดวันออกเสียงโดยต้องไม่น้อยกว่า 90 แต่ไม่เกิน 120 วัน ซึ่งวันที่ 7 ส.ค. ถือเป็นวันที่ 117 ของกรอบเวลา 120 วัน ส่วนระเบียบต่างๆ ทางสำนักงานได้มีการเตรียมการต่างๆ ไว้พร้อมแล้ว ขณะนี้รอเพียงพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะมีการประชุมพิจารณาประกาศใช้ระเบียบต่อไป

ด้านนายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการกกต.ด้านบริหารงานทั่วไป กล่าวว่า ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบให้จัดพิมพ์และส่งร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีการพิมพ์ 1 ล้านฉบับ สรุปสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ตามที่กรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญได้จัดทำขึ้น ที่จะจัดพิมพ์ อย่างละ 4 ล้านฉบับ หลักการ เหตุผลประกอบคำถามของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดพิมพ์อีก 4 ล้านฉบับ และสรุปย่อร่างรัฐธรรมนูญ (บุ๊คเล็ต)ที่จะพิมพ์รวม 17 ล้านฉบับ โดยจะใช้งบประมาณทั้งสิ้น 96 ล้านบาท ซึ่งการจัดส่ง ในส่วนของบุ๊คเล็ต จะส่งพร้อมกับหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน ไปยัง 19 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ส่วนที่เหลือจะเริ่มจัดส่งในวันที่ 23 พ.ค.เป็นวันแรก

การจัดส่งจะทำเป็นชุด โดย 1 ชุดจะประกอบด้วย ร่างรัฐธรรมนูญ 1 เล่ม และสรุปสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับ และ คำอธิบายคำถามของสนช.อย่างละ 4 เล่ม ซึ่งกกต.จะจัดส่งไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศรวม 846,491 ชุด โดยจะกระจายไปยัง ศาลากลางจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศูนย์การเรียนรู้ประชาธิปไตยของกกต. กระทรวง ทบวง กรมต่าง กองบัญชาการรักษาดินแดน ศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยระดับตำบล สถาบันการศึกษาทุกระดับ สื่อมวลชน รวมถึงมีการส่งให้กับสนช. และกรธ.ด้วยโดยส่วนหนึ่งก็จะมีการเก็บไว้ที่สำนักงานกกต.ด้วย ซึ่งประชาชนที่สนใจสามารถติดต่อขอรับได้ยังสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

นายธนิศร์ ยังกล่าวถึงกรณีมีการเรียกร้องให้กกต.กำหนดให้ชัดเจนว่าอะไรทำได้ไม่ได้ในการรณรงค์ประชามติร่างรับธรรมนูญว่า ขณะนี้อยู่ในการดำเนินการของสำนักกฎหมายและคดี ของสำนักงานกกต. ซึ่งยังต้องรอดูพ.ร.บ.ประชามติที่จะออกมาก่อน เพราะมีบทกำหนดโทษต่างๆ ที่ต้องมาเป็นหลักในการพิจารณา ทั้งนี้ตามกฎหมายดังกล่าวมีโทษทางอาญา ดังนั้นถือว่าภาครัฐเป็นผู้เสียหาย หากเกิดเหตุและมีผู้พบเห็นว่ากากระทำดังกล่าวเป็นความผิดก็สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ตามป.วิอาญา ไม่ต้องมาร้องต่อกกต.เสนอไปเมื่อถามต่อว่า ประเมินหรือไม่ว่าอาจจะมีการร้องทุกข์มากและทำให้การประกาศผลออกเสียงล่าช้า นายธนิศร์ กล่าวว่า ไม่อยากให้คาดเดากันไป เพราะทุกอย่างอาจจะเรียบร้อยก็ได้ รวมถึงเวลานี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินในเรื่องเหล่านี้ขณะที่นายกฤช เอื้อวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง กกต. ได้แถลงชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ใบปลิวโจมตีกกต.ทัวร์นอก ว่า ที่ประชุมกกต.มีความกังวลใจต่อกระแสข่าวดังกล่าว และเห็นเนื้อหาตามใบปลิวไม่เป็นความจริงในหลายเรื่อง จึงมอบหมายให้สถาบันฯชี้แจง โดยยืนยันว่าการเดินทางไปต่างประเทศของกกต.ร่วมกับนักศึกษาพตส.ทั้ง 4 ประเทศ เป็นการไปดูงานการเลือกตั้ง ที่ทางอนุกรรมการจัดทำหลักสูตรและผู้บริหารสถาบันได้มีการพิจารณาโดยยึดหลักว่าประเทศที่จะเดินทางไปนั้น

ต้องมีการจัดการเลือกตั้ง จึงไม่มีการเหลื่อมเวลาเดินทางเพื่อที่จะให้กกต.คนหนึ่งได้ไปหลายประเทศ ซึ่งใน 4 ประเทศที่กำหนดคือ เกาหลีใต้ มีการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ จึงได้เดินทางไปดูการเลือกตั้งระหว่างวันที่ 8-15 เม.ย.

นายกฤช กล่าวต่อว่า ส่วนประเทศออสเตรีย จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 24 เม.ย. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร จึงจะเดินไปดูระหว่างวันที่ 18-26 เม.ย. ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกา จะมีการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาในหลายรัฐ แต่ที่เลือกไปรัฐเพนซิวาเนียเพราะอยู่ใกล้วอชิงตัน สามารถนั่งรถบัสข้ามระหว่างเมืองไปได้ ประหยัดค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังได้รับเชิญจากพรรคเดโมเครตและรีพับลีกัน รวมถึงสถานกงสุล เพื่อไปดูงานการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรด้วย ประธานกกต.จึงจะเดินทางไปในวันที่ 19-29 เม.ย.และยืนยันว่าไม่ได้เป็นการไปเยี่ยมลูกอย่างที่กล่าวหานายกฤช ยังกล่าวอีกว่า ส่วนประเทศอังกฤษ สก๊อตแลนด์ จะมีการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา ในวันที่ 5 พ.ค. นายบุญส่ง น้อยโสภณ จึงจะเดินทางไปดูงานระหว่างวันที่ 30เม.ย.-8 พ.ค. อย่างไรก็ตามยืนยันว่ากกต.ไม่มีส่วนในการจัดทริปดูงานดังกล่าว แต่เป็นความรับผิดชอบของอนุกรรมการจัดทำหลักสูตร และที่ระบุว่ามีการเบิกเบี้ยเลี้ยงให้กับกกต.และผู้บริหารก็ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง

ส่วนที่กล่าวหาว่ามีการเพิ่มเงินค่าไปศึกษาดูงานจากเดิมคนละ 5 หมื่นเป็น 7 หมื่นบาทนั้น ทั้งที่สำนักงานประสบปัญหางบประมาณ ก็ขอยืนยันว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ซึ่งเป็นคนละส่วนกับเงินของสำนักงานและไม่สามารถนำเงินดังกล่าวมาจ่ายเป็นค่าตอบแทนพนักงานได้ นอกจากนี้ในส่วนบริษัททัวร์ที่มารับงาน กกต.ก็ใช้วิธีประมูลตามระเบียบอย่างถูกต้อง ซึ่งนักศึกษาพตส.ก็มีส่วนร่วมในการจัดหา และมี 9 บริษัทที่เข้าเสนองาน โดยบริษัทที่ชนะการประมูลก็เป็นบริษัทที่เสนอราคาต่ำสุด ยืนยันว่าไม่มีการกินส่วนต่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด