วันที่ 7 เม.ย. เวลา 22.30 น. พ.ต.ต.บุญสฤษดิ์ ช่วยชู สารวัตรสอบสวน สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุซ้ำซ้อนเป็นรถยนต์ชนกันจำนวนหลายคัน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย บนทางด่วนยกระดับบูรพาวิถี กม.ที่ 44 (+600) ด้านฝั่งขาเข้า กทม. พื้นที่ ม.12 ต.บางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จึงเดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า อัลพาร์ท สีขาว ทะเบียน 1 กท 6013 กทม. สภาพถูกพุ่งชนท้ายทางด้านขวาจนพังยับเยิน รถพลิกตะแคงข้างขวางช่องทางด้านซ้ายสุดเลยมาจนถึงช่องทางที่สอง ใกล้กันพบรถหกล้อเล็ก ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 82-9251 พระนครศรีอยุธยา จอดเฉียงอยู่ในช่องทางเดินรถที่สาม สภาพด้านหน้ารถชนเข้ากับแท่งแบริเออร์ด้านขวาสุด ส่วนด้านท้ายยื่นออกไปอยู่ในเลนกลางเล็กน้อย โดยมีรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียน ฌค 3492 กทม. พุ่งชนติดอยู่ที่ด้านท้ายของรถบรรทุก 6 ล้ออีกหนึ่งคันลักษณะเฉียงออกไปอยู่ในเลนกลาง โดยทั้งสามคันขวางเต็มช่องทางเดินรถขาเข้า กทม. จนผู้ใช้เส้นทางไม่สามารถผ่านจุดเกิดเหตุไปได้
นอกจากนี้ ยังพบร่างของผู้เสียชีวิตรวม 3 ราย นอนเรียงรายเกลื่อนพื้นถนน ซึ่งทั้งหมดเป็นหญิงคือ น.ส.กัญญาพัชร แก้วบรรจง , นางวรนิตย์ หงษาชาติ อายุ 44 ปีและน.ส.ปรางทิพย์ บุญสถิต อายุ 36 ปี คนขับรถตู้ นอกจากนี้น ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 รายคือ น.ส.แสงทอง อัศวธรรมวงษ์ อายุ 46 ปี ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 ซึ่งทั้งหมดเดินทางมากับรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า อัสพาร์ด สีขาว ทะเบียน 1 กพ 6013 กรุงเทพฯ
ขณะเดียวกันที่พื้นกลางถนนด้านล่างของทางคู่ขนาน ยังพบศพอีก 1 รายลอยกระเด็นตกลงไปหลังจากถูกรถบรรทุกพุ่งชน เป็นชายชื่อนายสุพัฒน์ หวังพิทักษ์วงศ์ อายุ 34 ปี ซึ่งเดินทางมากับรถตู้เช่นเดียวกันกระเด็นตกลงมาจากทางด่วนบูรพาวิถี นอกจากนี้ ในบริเวณที่เกิดเหตุยังพบนายแพทย์สิทธิวัฒน์ หรือหมอแบงค์ อินทรขาว อายุ 37 ปี เนื่องจากอยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมจะให้ข้อมูลใดๆ โดยเป็นผู้รอดชีวิตเพียงรายเดียวที่ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้งหมดเป็นทีมแพทย์ที่เดินทางโดยรถตู้คันดังกล่าวไปจากกรุงเทพฯ 6 คน เพื่อไปผ่าตัดผู้ป่วยพิเศษด่วนที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเขตเมืองพัทยา จากนั้นได้เดินทางกลับ แต่เครื่องยนต์เกิดขัดข้องกลางทาง คนขับคือ น.ส.ปรางทิพย์ บุญสถิตย์ อายุ 36 ปี ซึ่งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ได้นำรถไปจอดชิดไหล่ทาง พร้อมเปิดฝากระโปรงหน้า และเปิดไฟกระฉุกเฉินทิ้งไว้ ก่อนที่ทั้งหมดจะพากันลงมายืนอยู่ที่ด้านข้างของรถริมขอบทางด่วน มีเพียงนายแพทย์สิทธิวัฒน์ ที่เดินพูดคุยโทรศัพท์ออกห่างไปทางด้านหน้าของตัวรถ ก่อนจะมีรถตู้ที่ขับมาบนถนนทางด่วนบูรพาวิถีในช่องทางด้านซ้ายสุดพุ่งเข้ามาชนอย่างแรงดังกล่าว
รายงานข่าวระบุว่า ทีมแพทย์ที่ประสบอุบัติเหตุบนทางด่วนบูรพาวิถีเป็นแพทย์ศัลยกรรม รพ.รามาฯ
จากการสอบสวนนายเกรียงไกร กาใบ อายุ 38 ปี คนขับรถบรรทุกหกล้อ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถออกจากโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์มาจากโรงงานใน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อนำสินค้ามาส่งให้กับบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี อีกทอดหนึ่ง จากนั้นเมื่อส่งสินค้าเสร็จแล้วจึงเดินทางกลับ แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้ขับตามรถตู้บรรทุกหกล้อลักษณะเดียวกันมาบนช่องทางซ้ายสุด แต่เมื่อรถคันหน้าเห็นรถที่จอดเสียเปิดไฟฉุกเฉินอยู่ก็หักรถหลบออกไป โดยไม่ยอมให้สัญญาณบอกรถตนที่ขับตามหลังมา จนมาเห็นรถตู้จอดอยู่ในระยะกระชั้นชิดแล้วจึงได้พยายามหักหลบออกทางขวา แต่ไม่พ้น จึงพุ่งเข้าชนทางด้านท้ายของรถตู้ที่จอดเสียอยู่ทางมุมขวาอย่างจังจนรถเสียหลักเซไปทางขวาสุด ก่อนจะมีรถเก๋งที่ขับตามหลังมาพุ่งชนท้ายรถตนอีกครั้ง
ด้านนายพุทธชาด พรมจันทร์ อายุ 34 ปี คนขับรถเก๋ง กล่าวว่า ตนไม่ได้เห็นเหตุการณ์ แต่เห็นเฉพาะช่วงที่รถบรรทุกปาดออกมาจากทางซ้ายเข้ามายังเลนที่สองที่ตนกำลังขับมาตามทางตรง จึงเบรคไม่ทัน และเกิดการชนท้ายกันขึ้น
ขณะที่ พ.ต.ต.บุญสฤษดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดอยู่ จึงยังไม่สะดวกที่จะให้ข้อมูลใดๆ หลังจากรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงจะสามารถให้รายละเอียดได้